หุ้น Momentum คือหุ้นที่มีแนวโน้มราคาแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา และมักมีทั้งราคาและปริมาณการซื้อขาย (Volume) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แนวคิดหลักคือ “ของที่กำลังแรง มักจะแรงต่อ” หุ้นที่เป็นผู้นำตลาดมาระยะหนึ่ง มีแนวโน้มนำต่อไปได้อีกในระยะกลาง มากกว่าหุ้นที่กำลังอ่อนแรง นักลงทุนสาย Momentum จึงเลือกซื้อ ‘ตัวที่กำลังนำ’ ไม่ใช่เดาว่าตัวไหนจะขึ้น
คำว่า Momentum แปลตรงตัวว่า ‘แรงส่ง’ เหมือนวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เร็ว ย่อมไม่หยุดในทันที แต่ไหลต่อไปอีกระยะหนึ่ง ราคาหุ้นก็มีลักษณะคล้ายกัน ด้วยเหตุผลเชิงพฤติกรรมหลายอย่าง
ลองนึกถึงรถที่กำลังวิ่งเร็ว — จะให้หยุดทันทีนั้นทำไม่ได้ มันต้องไหลต่อไปอีกพักใหญ่ หุ้นที่ราคากำลังนำตลาดก็เช่นกัน แรงส่งที่สะสมมา มักพาให้ไปต่อได้อีกระยะ
นักลงทุนตอบสนองข่าวดีทีละน้อย (Underreaction) — เมื่อบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้น ราคาไม่ได้ปรับขึ้นทีเดียวจบ แต่ทยอยขึ้นตามข้อมูลที่ค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ตลาด
เงินลงทุนของสถาบันเข้าเป็นก้อนใหญ่ และใช้เวลาสะสมทีละส่วน ทำให้เกิดแรงซื้อต่อเนื่องหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
พฤติกรรมหมู่ (Herding) — เมื่อหุ้นตัวใดเด่นขึ้นมา ย่อมดึงดูดความสนใจและเม็ดเงินเข้าเพิ่ม ทำให้แรงส่งต่อเนื่อง
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าลอย ๆ งานวิจัยของ Jegadeesh และ Titman (1993) พบว่าหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีในช่วง 3–12 เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มทำผลตอบแทนได้ดีต่อในช่วง 3–12 เดือนถัดไป จนถึงปัจจุบัน Momentum ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งใน ‘ปัจจัย’ (Factor) ที่ใช้อธิบายผลตอบแทนของหุ้นในเชิงวิชาการ เคียงข้างปัจจัยด้านมูลค่า (Value) และขนาด (Size)
โดยทั่วไปนักลงทุนวัด Momentum จากองค์ประกอบหลักไม่กี่อย่าง ที่ยืนยันซึ่งกันและกัน
นอกจากสองตัวหลักแล้ว การยืนเหนือระดับสำคัญ เช่น ราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย หรือทำจุดสูงสุดใหม่ ก็เป็นสัญญาณเสริมที่ช่วยยืนยันแรงส่ง
จุดสำคัญคือ Momentum วัดจาก ข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่การเดาอนาคต
เราไม่ได้ทายว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้น — แต่ดูว่าตัวไหน กำลังนำ อยู่จริง
สมมติเปรียบเทียบหุ้น 2 ตัว ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
ในมุมมอง Momentum กลยุทธ์จะเลือกถือ หุ้น A และจะสับเปลี่ยนก็ต่อเมื่อแรงส่งอ่อนลงจริง ไม่ใช่เพราะข่าวหรือความผันผวนเพียงวันเดียว (ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการ)
Momentum ไม่ใช่สูตรที่การันตีผลตอบแทน ในช่วงที่ตลาดกลับทิศอย่างรวดเร็วและรุนแรง หุ้นที่เคยแรงอาจปรับตัวลงแรงได้เช่นกัน การกระจายความเสี่ยงและการมีวินัยในการปรับพอร์ต จึงเป็นสิ่งสำคัญ
JPTrust วิเคราะห์ Momentum จาก 3 มิติประกอบกัน แล้วจัดอันดับหุ้นที่มีแรงส่งสูงจากทั้งตลาด
Price · Volume · News
เรานำ ราคา (Price) + ปริมาณซื้อขาย (Volume) + ข่าว (News) มาประกอบกัน แล้วจัดอันดับหุ้นที่มี Momentum สูงจากทั้งตลาด เพื่อช่วยลดเวลาการค้นหาของนักลงทุน ให้โฟกัสไปที่หุ้นซึ่งกำลังเป็นผู้นำได้เร็วขึ้น แทนการไล่ดูทีละตัวด้วยตนเอง
อยากเห็นภาพว่าตอนนี้หุ้นตัวไหนอยู่ในกลุ่มนำตลาด ลองดูได้ที่ S&P 500 Scanner เวอร์ชันเปิดให้ใช้ฟรี
Momentum คือ แรงส่ง —
ของที่กำลังแรง มักจะแรงต่อ
เราไม่เดาว่าตัวไหนจะขึ้น แต่ดูว่าตัวไหน กำลังนำ อยู่จริง
จากราคา ปริมาณซื้อขาย และแรงส่งที่วัดได้
การลงทุนมีความเสี่ยง · เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ผลในอดีตไม่ได้การันตีผลในอนาคต
อ้างอิงแนวคิดจากงานวิจัย Jegadeesh & Titman (1993) · เรียบเรียงโดย JP Trust Learning