ชิปความจำกำลังขาดตลาดหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้ผลิตทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ราคาหุ้นทั้งกลุ่มกลับเข้าสู่ภาวะหมี — บทวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น และตัวเลขจริงบอกอะไร
ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ถึง 13 กรกฎาคม 2026 กลุ่มหุ้นชิปความจำผ่านทั้งงบการเงินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ การเข้าตลาดหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทต่างชาติในสหรัฐฯ และการเทขายที่หนักที่สุดในรอบปี — ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์
งบ Micron, การเข้าตลาดของ SK Hynix, โน้ตหั่นประมาณการจากโบรกฯ เกาหลี — ข่าวกระจัดกระจายทั่ว Wall Street เราคัด สรุปเป็นไทย แล้วบอกต่อว่ามันกระทบพอร์ตอย่างไร

นี่คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาชิปความจำปรับขึ้นราว 8–9 เท่า จนผู้ผลิตพลิกจากขาดทุนเป็นทำกำไรระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ไตรมาสนี้อัตราการขึ้นราคากำลังลดลงอย่างชัดเจน
ที่มา: การสำรวจราคาโดย TrendForce · ตัวเลข 3Q26 เป็นการคาดการณ์
ผู้ผลิตย้ายกำลังการผลิตไปทำ HBM (หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงสำหรับชิป AI) ซึ่งใช้แผ่นเวเฟอร์และทรัพยากรมากกว่าความจำธรรมดาหลายเท่า สัดส่วนเวเฟอร์ DRAM ที่ถูกดึงไปทำ HBM เพิ่มจาก 19% เป็นราว 23% ในปี 2026
ผลคือความจำสำหรับ PC มือถือ และรถยนต์ถูกเบียดจนขาด — แม้แต่ DDR2 รุ่นเก่ายังราคาขึ้น 35–40% ในไตรมาสนี้ และการสร้างโรงงานใหม่ต้องใช้เวลา 12–18 เดือนเป็นอย่างต่ำ
รายได้ต่อไตรมาสของ Micron เพิ่มจาก 9.3 พันล้านดอลลาร์ เป็น 41.5 พันล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งปี และบริษัทให้เป้าไตรมาสถัดไปไว้ที่ 50 พันล้าน — มากกว่ารายได้ทั้งปีของบริษัทเมื่อปี 2024
อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสล่าสุด เทียบกับ 39% เมื่อปีก่อน — และบริษัทให้เป้าไตรมาสหน้าไว้ที่ราว 86%
กำไรต่อหุ้น (non-GAAP) เทียบกับที่ตลาดคาดไว้ 20.49 ดอลลาร์ — เป้าไตรมาสหน้าอยู่ที่ราว 31 ดอลลาร์
อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า — ต่ำผิดปกติ เพราะกำไรที่ตลาดคาดโตเร็วกว่าราคาหุ้น (P/E ย้อนหลังอยู่ราว 22 เท่า)
ธุรกิจความจำขึ้นชื่อเรื่องวัฏจักรรุนแรง เมื่อของขาดราคาพุ่ง ผู้ผลิตเร่งขยายกำลังการผลิต พอของล้นราคาก็ดิ่ง จนบางช่วงขายต่ำกว่าต้นทุน สิ่งที่ฝั่งกระทิงบอกว่า “ต่างจากเดิม” คือโครงสร้างสัญญา
Micron เซ็นสัญญาระยะยาวแบบ take-or-pay (สั่งแล้วต้องจ่าย ไม่ว่าจะรับของหรือไม่) จำนวน 16 ฉบับ อายุ 5 ปี ครอบคลุมปี 2026–2030 กับลูกค้าตั้งแต่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ไปจนถึงซัพพลายเออร์ยานยนต์
แต่โครงสร้างเดียวกันนี้มีด้านกลับ ที่ตลาดเพิ่งค้นพบเมื่อวันนี้
SK Hynix มีสัดส่วนรายได้จาก HBM สูงกว่าคู่แข่ง และ HBM ขายผ่านสัญญาระยะยาวที่ราคาค่อนข้างคงที่ ผลคือเมื่อราคาตลาดจร (spot) พุ่ง บริษัทกลับเก็บส่วนต่างนั้นไม่ได้เต็มที่ — โบรกเกอร์เกาหลีจึงหั่นสมมติฐานการเติบโตของราคาขายเฉลี่ยลงจาก 50% เหลือ 28.9% และตัดประมาณการกำไรลงตาม
พูดง่ายๆ คือ สัญญาที่ป้องกันขาลง ก็จำกัดขาขึ้นด้วยเช่นกัน นักลงทุนที่ซื้อหุ้นกลุ่มนี้เพราะหวัง “ราคาความจำพุ่ง” ต้องเข้าใจว่ากำไรอาจไม่ได้วิ่งตามราคาสปอตแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
กลุ่มนี้เคลื่อนไหวไปด้วยกันเกือบทั้งหมด เพราะขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเดียวกัน คือราคาความจำและเงินลงทุน AI แต่ความเสี่ยงและจุดยืนของแต่ละบริษัทต่างกันมาก
| บริษัท | YTD 2026 | 13 ก.ค. | จุดยืนในตลาด |
|---|---|---|---|
| MUMicron | +243% | −6% | ผู้ผลิต DRAM/NAND รายใหญ่สัญชาติอเมริกัน · ส่วนแบ่ง HBM ราว 21–23% · ประกาศลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 250 พันล้านดอลลาร์ถึงปี 2035 |
| SKHYSK Hynix (ADR) | IPO 10 ก.ค. | −9% | ผู้นำ HBM ส่วนแบ่งราว 51–58% · ซัพพลายเออร์หลักของ Nvidia · หุ้นแม่ที่เกาหลีร่วง 15.4% วันนี้ · ADR เสนอขายที่ 149 ดอลลาร์ |
| SAMSUNG005930.KS | — | −11% | กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสล่าสุดทำสถิติสูงสุด แต่หุ้นยังถูกเทขาย · มูลค่าตลาดหลุดระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ |
| SNDKSanDisk | +707% | −6% | หุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดใน S&P 500 ปีนี้ · เน้น NAND ล้วน · งบล่าสุดรายได้ +251% ปลอดหนี้ทั้งหมด · ประกาศงบ 5 ส.ค. |
| WDCWestern Digital | +238% | −6% | ฮาร์ดดิสก์สำหรับศูนย์ข้อมูล · ได้อานิสงส์ทางอ้อมเมื่อ SSD แพงจนคุ้มที่จะกลับไปใช้ HDD · ประกาศงบ 29 ก.ค. |
| STXSeagate | +231% | −4% | ฮาร์ดดิสก์เช่นกัน · ค่าเบต้าราว 2.07 หมายถึงเหวี่ยงแรงกว่าตลาดราวสองเท่าทั้งขาขึ้นและขาลง |
| DRAMRoundhill Memory ETF | — | −9% | กองทุนรวมกลุ่มความจำ · สามอันดับแรกคิดเป็น 73% ของกอง (Samsung, SK Hynix, Micron) — กระจายความเสี่ยงได้น้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด |
ราคาและเปอร์เซ็นต์วันที่ 13 ก.ค. เป็นตัวเลขระหว่างวัน/ก่อนเปิดตลาด อาจเปลี่ยนแปลงได้ · YTD คำนวณถึงราคาปิดวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.
ทั้งสองฝั่งมองข้อมูลชุดเดียวกัน แต่ตีความคนละแบบ นี่คือข้อโต้แย้งที่แข็งแรงที่สุดของแต่ละฝั่ง
จากนักวิเคราะห์ราว 29–30 ราย: ซื้อ 29 · ถือ 1 · ขาย 0 — แต่ช่วงเป้าหมายกว้างมาก ซึ่งสะท้อนว่าไม่มีใครรู้จริงว่ารอบนี้จะจบเมื่อไหร่
หมายเหตุ: เป้าหมายราคาคือความเห็นของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ค่าที่รับประกัน — และในกลุ่มวัฏจักร เป้าหมายมักถูกปรับตามราคาหุ้น ไม่ใช่ทางกลับกัน
ความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอีกครั้ง ดันราคาน้ำมัน WTI ขึ้นราว 3.6% แตะ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในรอบ 24 ชั่วโมง
กลไกที่ส่งผ่านมาถึงหุ้นชิปคือ: น้ำมันแพง → เงินเฟ้อสูง → ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยไม่ได้ → หุ้นที่ราคาแพงและกำไรอยู่ไกลในอนาคตถูกกดดันก่อนใคร หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่วิ่งขึ้นมาหลายร้อยเปอร์เซ็นต์จึงเป็นกลุ่มแรกที่โดนขาย
สัญญาณเตือนที่ชัดที่สุดของสัปดาห์ที่แล้วไม่ใช่ข่าวร้าย แต่คือข่าวดีที่ตลาดไม่สนใจ
Samsung รายงานกำไรจากการดำเนินงานสูงเป็นประวัติการณ์ แต่หุ้นกลับร่วง Micron รายงานงบที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท แต่หุ้นทำจุดสูงสุดในวันถัดมาแล้วลงยาว — เมื่อราคาสะท้อนความคาดหวังไปหมดแล้ว ผลประกอบการที่ดีจึงกลายเป็น “จุดขายทำกำไร” แทนที่จะเป็นเชื้อเพลิง

เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นเครื่องมือใช้งานจริง — ตั้งแต่สแกนหาตัวแรง ไปจนถึงวางแผนพอร์ตและตามข่าว
พื้นฐานของอุตสาหกรรมกับราคาหุ้นกำลังเดินสวนทางกัน และนั่นคือประเด็นทั้งหมด
ด้านพื้นฐาน: ของยังขาดจริง ราคายังขึ้นจริง กำไรยังทำสถิติจริง ผู้บริหารทั้งฝั่งเกาหลีและอเมริกาพูดตรงกันว่าดีมานด์จะเกินกำลังผลิตไปอีกหลายปี
ด้านราคาหุ้น: ตลาดไม่ได้ซื้อขายที่ “ของขาดวันนี้” แต่ซื้อขายที่ “ของจะเลิกขาดเมื่อไหร่” — และทุกสัญญาณที่บอกว่าจุดนั้นอาจมาเร็วกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็นการขยายกำลังการผลิต การชะลอตัวของราคา หรือ HBM4 ที่ส่งช้า จะถูกลงโทษทันทีในหุ้นที่วิ่งขึ้นมาหลายร้อยเปอร์เซ็นต์
สิ่งที่นักลงทุนควรตกลงกับตัวเองก่อน: กลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนระดับที่หาไม่ได้ในตลาดอื่น แลกกับความผันผวนระดับที่หาไม่ได้ในตลาดอื่นเช่นกัน — หุ้นที่ +700% ในปีเดียว ก็ลงได้ 30% ในสองสัปดาห์โดยที่ธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ขนาดของสถานะที่ถือ จึงสำคัญกว่าการเดาทิศทาง
ทุกตัวเลขในส่วนนี้มาจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล (SEC Form 10-Q / 8-K) เอกสารเผยแพร่ผลประกอบการอย่างเป็นทางการ และรายงานสำรวจราคาของบริษัทวิจัยอุตสาหกรรม — รายการที่เป็น “ประมาณการ” ถูกกำกับไว้ชัดเจน ไม่ปะปนกับตัวเลขที่รายงานจริง
| รายการ | Q3 FY26 (สิ้นสุด 28 พ.ค. 26) |
Q2 FY26 | Q3 FY25 | เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 41,456 | 23,860 | 9,301 | +346% |
| ต้นทุนขาย | 6,400 | 6,105 | 5,793 | +10% |
| กำไรขั้นต้น | 35,056 | 17,755 | 3,508 | +899% |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 85% | 74% | 38% | +47 จุด |
| ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | 1,316 | 1,250 | 965 | +36% |
| ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร | 407 | 344 | 318 | +28% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (non-GAAP) | 33,700 | — | — | — |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 81.2% | — | — | — |
| กำไรสุทธิ (GAAP) | 28,240 | — | — | — |
| กำไรต่อหุ้น GAAP (ปรับลด) | 24.67 | — | — | — |
| กำไรต่อหุ้น non-GAAP | 25.11 | 12.19* | — | — |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 25,390 | 11,900 | 4,610 | +451% |
| กระแสเงินสดอิสระ (ปรับปรุง) | 18,300 | — | — | — |
| เงินลงทุนสุทธิ (capex) | 7,100 | — | — | — |
| สินค้าคงคลัง | 8,600 | — | — | 120 วัน |
| หนี้สินคงเหลือ | 5,700 | — | — | ลดลง 4,400 |
ที่มา: Micron Form 10-Q (งวดสิ้นสุด 28 พ.ค. 2026) และเอกสารเผยแพร่ผลประกอบการ 24 มิ.ย. 2026 · *EPS non-GAAP ไตรมาส 2 คำนวณย้อนจากข้อมูลที่บริษัทระบุว่า EPS ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 106% จากไตรมาสก่อน · เครื่องหมาย “—” = บริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเทียบในรูปแบบเดียวกัน
| กลุ่มสินค้า | รายได้ | สัดส่วน | YoY | ราคาขายเฉลี่ย (QoQ) | ปริมาณบิต (QoQ) |
|---|---|---|---|---|---|
| DRAM | 31.3 พันล้าน | 76% | +343% | เพิ่มราว 60 ต้นๆ % | เพิ่มหลักหน่วยต่ำ % |
| NAND | 9.9 พันล้าน | 24% | +361% | เพิ่มราว 80 กลางๆ % | เพิ่มหลักหน่วยกลางๆ % |
| Data Centerรวมทุกกลุ่ม | > 25 พันล้าน | ~60% | run-rate ต่อปี > 100 พันล้าน | — | — |
| Data Center SSD | > 5 พันล้าน | — | เพิ่มกว่าเท่าตัวจากไตรมาสก่อน | — | — |
ที่มา: สไลด์ประกอบการแถลงผลประกอบการและถ้อยแถลงผู้บริหาร Micron · 24 มิ.ย. 2026
| รายการ | เป้าบริษัท | ตลาดคาดก่อนหน้า | ส่วนต่าง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 50,000 ± 1,000 | 43,450 | +6,550 |
| อัตรากำไรขั้นต้น | ~86% | — | สูงกว่าไตรมาส 3 ราว 1 จุด |
| กำไรต่อหุ้น (non-GAAP) | 31.00 ± 1.00 | 25.43 | +5.57 |
| เงินลงทุน (capex) | ~10,000 | — | — |
| กระแสเงินสดอิสระ | > 30,000 | — | — |
หน่วย: ล้านดอลลาร์ · ประกาศผลไตรมาส 4 วันที่ 22 ก.ย. 2026 · จำนวนหุ้นปรับลดที่ใช้คำนวณ ~1,150 ล้านหุ้น
| รายการ | ตัวเลข | รายละเอียด |
|---|---|---|
| จำนวนสัญญา | 16 ฉบับ | ลูกค้าคลาวด์รายใหญ่ 4 ราย · บริษัทเทคโนโลยีขนาดกลาง · ซัพพลายเออร์ยานยนต์ 9 ราย |
| มูลค่าขั้นต่ำสะสม | ~100 พันล้าน | รายได้ขั้นต่ำตามสัญญา ปี 2026–2030 |
| เงินมัดจำ + หลักประกัน | 22 พันล้าน | เงินสดล่วงหน้า 18 พันล้าน + หนังสือค้ำประกัน 4 พันล้าน |
| สัดส่วนกำลังผลิตที่ผูกไว้ | DRAM ~20% NAND ~1/3 | ของปริมาณทั้งหมดตลอดอายุสัญญา |
| อายุสัญญา | 5 ปี | ยานยนต์ส่วนใหญ่ 3 ปี · เป็นแบบ take-or-pay (ไม่รับของก็ต้องจ่าย) |
| เพดาน–พื้นราคา | มีทั้งสองด้าน | เพดานอิงราคาตลาดช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 · พื้นราคาให้อัตรากำไรสูงกว่าจุดพีคของทุกวัฏจักรก่อนหน้า (ราว 60 ต้นๆ %) |
| เป้าหมายระยะยาว | ≥ 50% | สัดส่วนรายได้บริษัทที่จะอยู่ภายใต้สัญญาเหล่านี้เมื่อเซ็นครบ |
หน่วย: ดอลลาร์สหรัฐ · ที่มา: เอกสารแถลงผลประกอบการ Micron ไตรมาส 3 FY2026
| บริษัท | งวดล่าสุด | รายได้ | กำไร | ประกาศงบครั้งถัดไป |
|---|---|---|---|---|
| MicronMU | Q3 FY26 (24 มิ.ย. 26) |
41.46 พันล้าน+346% YoY | 28.24 พันล้านสุทธิ GAAP | 22 ก.ย. 2026 |
| Samsung005930.KS | Q2 2026 ตัวเลขเบื้องต้น 7 ก.ค. |
171 ล้านล้านวอน+129% YoY · +28% QoQ | 89.4 ล้านล้านวอนจากการดำเนินงาน · +1,810% YoY | 30 ก.ค. 2026 (งบเต็มแยกรายธุรกิจ) |
| SK HynixSKHY / 000660.KS | Q2 2026 ประมาณการ |
— | 60.4 ล้านล้านวอนประมาณการโดยโบรกฯ KIS · +556% YoY · ต่ำกว่าตลาดคาด 8% | รอบริษัทประกาศ |
| SanDiskSNDK | Q3 FY26 | 5.9 พันล้าน+251% YoY | 23.41EPS non-GAAP · ปลอดหนี้ทั้งหมด | 5 ส.ค. 2026 |
| Western DigitalWDC | ยังไม่ประกาศ | — | 3.27EPS ที่ตลาดคาด · เทียบ 1.66 ปีก่อน | 29 ก.ค. 2026 |
หน่วยดอลลาร์ = ดอลลาร์สหรัฐ · ตัวเลขของ Samsung เป็นการเปิดเผยเบื้องต้นตามกฎเกณฑ์เกาหลีใต้ (ยังไม่ผ่านการสอบทาน) · เป้าไตรมาส 4 ของ SanDisk ที่บริษัทให้ไว้: รายได้ 7.75–8.25 พันล้านดอลลาร์ อัตรากำไรขั้นต้น 79–81%
| ผลิตภัณฑ์ | 1Q26 | 2Q26 | 3Q26 คาดการณ์ |
|---|---|---|---|
| DRAMมาตรฐาน | +93 ถึง +98% | +58 ถึง +63% | +13 ถึง +18% |
| NAND Flash | +55 ถึง +60% | +70 ถึง +75% | +10 ถึง +15% |
| DDR2รุ่นเก่า | — | +55 ถึง +60% | +35 ถึง +40% |
ที่มา: การสำรวจราคาสัญญาโดย TrendForce · รายได้อุตสาหกรรม DRAM ไตรมาส 1 ปี 2026 อยู่ที่ราว 97 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 81% จากไตรมาสก่อน · ราคาความจำโดยรวมปรับขึ้นราว 8–9 เท่าในรอบ 12 เดือน
| ผู้ผลิต | ส่วนแบ่งรายได้ HBM |
|---|---|
| SK Hynix | 58% |
| Samsung | 21% |
| Micron | 21% |
ที่มา: Counterpoint Research (ไตรมาส 1 ปี 2026) · แหล่งข้อมูลอื่นให้ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยที่ 51 / 26 / 23%
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ราคาปิด | 979.30 |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (25 มิ.ย.) | 1,213.37 |
| P/E ล่วงหน้า | ~7 เท่า |
| P/E ย้อนหลัง | ~22 เท่า |
| ค่าเบต้า | 2.14 |
| เป้าหมายราคา (ต่ำ–เฉลี่ย–สูง) | 1,100 · 1,564 · 2,200 |
| คำแนะนำ (ซื้อ / ถือ / ขาย) | 29 · 1 · 0 |
รวบรวมจากข้อมูลนักวิเคราะห์ 29–30 ราย ณ 10–13 ก.ค. 2026 · เป้าหมายราคาเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
| รายการ | ตัวเลข | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เงินลงทุน Micron ปี FY2026 | ~27 พันล้าน | ปรับเพิ่มขึ้นระหว่างปี |
| เงินลงทุน Micron ปี FY2027 | > 40 กลางๆ พันล้าน | เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับ AI |
| แผนลงทุนในสหรัฐฯ ถึงปี 2035 | > 250 พันล้าน | ปรับเพิ่มเมื่อ 9 ก.ค. 2026 · เทคอนกรีตโรงงานนิวยอร์กแล้ว · โรงงานไอดาโฮผลิตแผ่นแรกกลางปี 2027 |
| ลงทุนเสริมห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ | สูงสุด 3 พันล้าน | ประกาศ 9 ก.ค. 2026 |
| SK Hynix — ระดมทุนจาก ADR | 26.5 พันล้าน | ราคาเสนอขาย 149 ดอลลาร์ · ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับบริษัทต่างชาติในสหรัฐฯ |
| SK Hynix — แผนลงทุนในเกาหลี | สูงสุด 720 พันล้าน | คลัสเตอร์ยงอิน 390 พันล้าน · 4 โรงงานเสร็จภายในปี 2033 |
| Samsung — ศูนย์การผลิตแห่งใหม่ | ~400 ล้านล้านวอน | ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ |
| ระยะเวลาสร้างโรงงานใหม่ | 12–18 เดือน+ | กำลังการผลิตใหม่เข้าตลาดจริงช่วงปลายปี 2027–2028 |
หน่วยดอลลาร์ = ดอลลาร์สหรัฐ