← ห้องสมุดบทวิเคราะห์
Korea · Semiconductors · AI Financing

ออเดอร์ใหญ่ที่สุดในวงการชิป
จบที่ปุ่มหยุดซื้อขาย

ห้าวันก่อน SK Group เซ็นความร่วมมือกับ NVIDIA มูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ — ใหญ่ที่สุดเท่าที่วงการชิปเคยมี เช้าวันที่ 28 กรกฎาคม ตลาดหุ้นเกาหลีทั้งประเทศต้องหยุดซื้อขาย และบริษัทที่เพิ่งได้ออเดอร์ก้อนนั้นคือบริษัทที่ร่วงแรงที่สุด บทวิเคราะห์นี้ไล่ให้ดูทีละฉากว่าตลาดเลิกนับอะไร แล้วหันไปนับอะไรแทน

ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงแรงอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์
Black Tuesday, Seoul KOSPI ปิดลบ 10.84% ที่ 6,023.66 จุด — ร่วงอันดับ 2 เมื่อวัดเป็นจุด และอันดับ 4 เมื่อวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ ในประวัติศาสตร์ตลาดเกาหลี
KOSPI · 28 JUL
−10.84%
ปิดที่ 6,023.66 จุด · ระหว่างวันลงลึกสุด 11.29% · circuit breaker ครั้งที่ 8 ของปีนี้
SK HYNIX
−14.7%
บริษัทที่เพิ่งรับออเดอร์ก้อนใหญ่ที่สุด · Samsung ลบ 13.4% ในวันเดียวกัน
NVIDIA DEALS
$750B+
มูลค่ารวมดีลที่กำลังเจรจา รวมการค้ำประกันเงินกู้ให้ลูกค้า 250,000 ล้านดอลลาร์
KOSPI · JULY
−29%
เดือนเดียว แรงกว่าสถิติเดิมที่ลบ 27% เมื่อ ต.ค. 1997 ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
Act I

ดีลที่ใหญ่ที่สุดที่วงการชิปเคยเซ็น

ก่อนจะถึงวันที่ตลาดหยุดซื้อขาย ต้องย้อนกลับไปห้าวันก่อนหน้า วันที่ข่าวควรจะเป็นข่าวดีที่สุดของปีสำหรับหุ้นเกาหลี

25 JUL · SAN FRANCISCO
SK Group กับ NVIDIA เซ็นหนังสือแสดงเจตจำนง มูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์
SK Telecom จะสร้างศูนย์ AI ขนาด 2 กิกะวัตต์ เปิดใช้ปี 2027 · SK Hynix ป้อนหน่วยความจำระยะยาว · ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ Lee Jae Myung ร่วมงานด้วย
วันเดียวกัน
Samsung เซ็น MOU กับ Broadcom ราว 200,000 ล้านดอลลาร์
NVIDIA ยังลงทุนใน Naver อีก 1,000 ล้านดอลลาร์ — รวมมูลค่าโครงการที่ประกาศในรอบนั้นเกือบ 950,000 ล้านดอลลาร์
ปิดตลาดวันนั้น
หุ้น NVDA ปิดลบ 0.92%
ข่าวขนาดนี้ เมื่อปีที่แล้วจะดันหุ้นทั้งกลุ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด แต่รอบนี้ตลาดแทบไม่ขยับ
สังเกตอะไรไหมคะ — ตัวเลขที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมนี้ ถูกประกาศออกมาแล้วตลาดเงียบ ทั้งที่ปกติข่าวออเดอร์คือเชื้อเพลิงชั้นดีของราคาหุ้น ความเงียบวันนั้นคือคำใบ้แรก ว่าตลาดกำลังเปลี่ยนหน่วยวัดบางอย่างอยู่
Daily Dispatches

ข่าวแบบนี้ เราย่อยให้ทุกเช้า–บ่าย–เย็น

ดีลชิประดับแสนล้าน ท่าที Fed ราคาน้ำมัน งบ Big Tech — ข่าวกระจัดกระจายทั่ว Wall Street เราคัด สรุปเป็นไทย แล้วบอกต่อว่ามันกระทบพอร์ตอย่างไร

  • คัดจาก Wall Street สรุปเป็นไทยในภาษาที่เข้าใจ
  • ติดโทน Bull / Bear ให้รู้ทันทีว่าข่าวบวกหรือลบ
  • แท็กหุ้นที่เกี่ยวข้องในแต่ละข่าว พร้อมวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยง
Subscribe at jptrustlearning.com
ฟีเจอร์ข่าวรายวันในแอป JP Trust Learning
Act II

วันจันทร์ คนขายเตรียมค้ำเงินให้คนซื้อ

สองวันถัดมา มีรายงานอีกชุดหนึ่งออกมา และคราวนี้ไม่ใช่เรื่องว่าใครสั่งซื้อเท่าไหร่ แต่เป็นเรื่องว่าเงินที่จะจ่ายมาจากไหน

27 JUL
NVIDIA พิจารณาค้ำประกันเงินกู้ 250,000 ล้านดอลลาร์ ให้ศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ในรัฐโอไฮโอ
รายงานโดย WSJ และ Bloomberg · การมีผู้ค้ำระดับนี้ทำให้ผู้พัฒนาโครงการระดมหนี้ได้ในเงื่อนไขที่ดีกว่าการกู้เอง
วันเดียวกัน
มีรายงานอีกดีลแยกต่างหาก ให้ NVIDIA ช่วยจัดหาเงินให้ OpenAI ซื้อชิปของ NVIDIA เอง 350,000 ล้านดอลลาร์
รวมทุกดีลที่กำลังเจรจาอยู่ เกิน 750,000 ล้านดอลลาร์ · Google เองก็ค้ำค่าเช่าให้ Anthropic ราว 35,000 ล้านดอลลาร์ — วิธีนี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรม
ปิดตลาดวันนั้น
NVDA ลบ 4.97% แรงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ · Apple แซงขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกแทน
ตลาดให้รางวัลบริษัทที่ไม่ทุ่มงบลงทุนหนัก และเลือกเช่ากำลังประมวลผลแทน
ระหว่างวันเดียวกัน
ราคาประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้บนหุ้นกู้ NVIDIA พุ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มซื้อขายจริงจังเมื่อเดือนพฤศจิกายน
ตลาดหนี้ไม่สนใจว่ายอดขายจะโตกี่เปอร์เซ็นต์ มันสนใจอย่างเดียวว่าใครจะเป็นคนจ่าย และจ่ายด้วยเงินของใคร
ตรงนี้แหละที่เริ่มผิดปกติค่ะ ดีลใหญ่ขึ้น แต่ทั้งตลาดหุ้นและตลาดหนี้ตอบไปทางเดียวกันคือลบ — และการที่ตลาดหนี้ขยับก่อนตลาดหุ้นหนึ่งวันเต็ม เป็นรายละเอียดที่ควรจำไว้ เพราะมันจะกลับมาสำคัญในฉากสุดท้าย
Act III

ออเดอร์ยิ่งใหญ่ ทำไมหุ้นยิ่งถูก

แล้วเช้าวันอังคารก็มาถึง

28 JUL · 09:06 น. (โซล)
ระบบหยุดคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติทำงานทันทีหลังเปิดตลาด
ตามมาด้วยกระดาน Kosdaq ในอีกแปดนาทีถัดมา
10:13 น.
หยุดซื้อขายทั้งตลาด 20 นาที หลังดัชนีลบเกิน 8% ต่อเนื่องเกินหนึ่งนาที
เป็น circuit breaker ครั้งที่ 8 ของปี 2026 จากทั้งหมด 14 ครั้งนับตั้งแต่มีระบบนี้เมื่อปี 2000
ปิดตลาด
KOSPI ลบ 10.84% ที่ 6,023.66 จุด · Samsung ลบ 13.4% · SK Hynix ลบ 14.7%
Kosdaq ลบ 7.72% · หุ้นปิดบวกไม่ถึง 40 ตัว จากเกือบ 920 ตัวบนกระดานหลัก
วันเดียวกันที่นิวยอร์ก
ADR ของ SK Hynix ที่เพิ่งเข้า Nasdaq เมื่อ 10 ก.ค. ปิดต่ำกว่าราคาจอง
ปิดที่ 143 ดอลลาร์ เทียบราคาจอง 149 ดอลลาร์ — หลุดราคา IPO ภายในไม่ถึงสามสัปดาห์
ฟังดูขัดแย้งใช่ไหมคะ บริษัทที่เพิ่งได้ออเดอร์ใหญ่ที่สุดในชีวิต กลับเป็นบริษัทที่ร่วงแรงที่สุดในตลาด — และนี่แหละคือกระดูกสันหลังของทั้งเรื่อง: เมื่อคนขายเริ่มควักเงินและค้ำหนี้ให้คนซื้อ ตัวเลขยอดขายก็เลิกเป็นหลักฐานว่ามีคนต้องการของ

เหมือนร้านที่ปล่อยเงินให้ลูกค้ายืมไปซื้อของในร้านตัวเอง ยอดขายโตต่อไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ยังยอมปล่อยกู้ แต่เงินที่เข้ามาคือเงินของตัวเองที่วิ่งกลับบ้าน

พอเป็นแบบนี้ ตัวเลขดีลที่ใหญ่ขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าดีมานด์แรงขึ้น มันแปลว่าคนขายรับความเสี่ยงแทนคนซื้อมากขึ้น ดีลยิ่งโต ความเสี่ยงยิ่งโตตามไปด้วย

Act IV

ทำไมเกาหลีเจ็บกว่าเพื่อนบ้านเกือบสามเท่า

ข่าวชุดเดียวกันนี้กระทบทั้งเอเชีย แต่ผลที่ออกมาไม่เท่ากันเลย และเหตุผลไม่ได้อยู่ที่ข่าว

วันเดียวกัน · เอเชีย
Nikkei ปิดลบ 3.95% ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม · ไต้หวันลบ 3.9% · ดัชนีเอเชียแปซิฟิกรวมลบราว 3%
Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำญี่ปุ่น ลบกว่า 18% — เจ็บหนักกว่าดัชนีของตัวเองหลายเท่า
ปลายปีที่แล้วถึงวันนี้
น้ำหนักของ Samsung กับ SK Hynix ใน KOSPI เพิ่มจากราวหนึ่งในสี่ เป็นราวครึ่งหนึ่งของทั้งดัชนี
ความกระจุกตัวนี้ไม่ได้มีมาแต่ไหนแต่ไร มันเพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างรอบขาขึ้นปีนี้เอง
เดือนกรกฎาคม เดือนเดียว
KOSPI ลบ 29% แรงกว่าสถิติเดิมที่ลบ 27% เมื่อเดือนตุลาคม 1997 ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
เทียบกับจุดปิดสูงสุด 22 มิ.ย. ที่ 9,114 จุด ลบ 34% แต่ยังบวก 43% นับจากต้นปี

ทีนี้ต้องแยกให้ชัดนะคะ ต้นเรื่องอยู่ที่นิวยอร์กกับปักกิ่ง แต่ความแรงเป็นเรื่องของโครงสร้างตลาดเกาหลีเอง คนที่ซื้อกองทุนดัชนีเกาหลีคิดว่าตัวเองถือ 900 กว่าบริษัท แต่ในทางปฏิบัติถือหุ้นสองตัวไปครึ่งพอร์ต แล้วหุ้นสองตัวนั้นก็เล่นเรื่องเดียวกันเสียด้วย

แต่ตัวเลขสองบรรทัดสุดท้ายอ่านคู่กันแล้วสำคัญมาก ลบ 34% จากจุดสูงสุด แต่ยังบวก 43% จากต้นปี แปลว่าสิ่งที่หายไปคือกำไรของเก้าสัปดาห์หลังสุด ไม่ใช่ทั้งปี — คนที่ถือมาตั้งแต่ต้นปียังกำไรอยู่ คนที่เจ็บจริงคือคนที่เพิ่งเข้าตอนมิถุนายน ตอนที่ทุกพาดหัวบอกว่าเกาหลีคือตลาดที่ดีที่สุดในโลก

เรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวคนไทยเลยค่ะ วันจันทร์ที่ผ่านมา SET ปิดลบ 19.92 จุด โดยตัวถ่วงหลักคือ DELTA ตัวเดียวที่ลบ 7.17% หลังงบไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด หน้าตาปัญหาเหมือนกัน ต่างกันแค่ขนาด

Act V

อีกแรงจากฝั่งจีน และข่าวดีที่มาผิดวัน

วันเดียวกันนั้นยังมีอีกสองเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกัน และถ้าเหมารวมเป็นเรื่องเดียว จะสรุปเกินความจริงทันที

27 JUL · SHANGHAI
CXMT ผู้ผลิตหน่วยความจำจีน เข้าเทรดวันแรกบนกระดาน STAR บวก 466%
ระดมทุนได้อย่างน้อย 8,600 ล้านดอลลาร์ — เป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียในรอบนี้
28 JUL
The Information รายงานว่าจีนเริ่มผลิตเครื่องพิมพ์ลายชิปรุ่นรองของตัวเองในระดับอุตสาหกรรม
แรงกดฝั่งซัพพลาย คนละคำถามกับเรื่องการเงินแบบวงกลม แต่ตีเข้าสมมติฐานเดียวกันคือ ของขาดแล้วกำไรจะดีไปอีกนาน
27 JUL เช่นกัน
สหรัฐฯ หยุดโจมตีอิหร่าน อิหร่านหยุดตอบโต้ · Brent ลบ 8.7% ปิดที่ 88.36 ดอลลาร์
WTI ลบ 7.5% ที่ 82.61 ดอลลาร์ · วันถัดมาลงต่ออีกราว 3-4% หลังน้ำมันเคยยืนเหนือ 100 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน
และนี่คือจุดที่ตัวเลขขัดกันเองชัดที่สุดค่ะ — ข่าว macro ที่ดีที่สุดในรอบสองเดือน สงครามหยุดยิงชั่วคราว น้ำมันจากเกิน 100 เหลือแถวๆ 85 ดอลลาร์ มาถึงในวันเดียวกับที่หุ้นชิปเอเชียพัง แล้วดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้ายังบวก แปลว่าแรงขายรอบนี้ไม่ได้มาจากภาพใหญ่ มันเจาะจงที่ธีมเดียว
เครื่องมือทั้งหมดในแอป JP Trust Learning
All-in-one Platform

ระบบที่ว่า อยู่ครบในแอปเดียว

เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นเครื่องมือใช้งานจริง — ตั้งแต่สแกนหาตัวแรง ไปจนถึงวางแผนพอร์ตและตามข่าว

  • กลยุทธ์ Momentum หลายแบบ + Dashboard ทองคำ
  • ราคาตลาด Live — หุ้น ทองคำ คริปโต เรียลไทม์
  • วางแผน + จัดพอร์ต การเงินส่วนตัว · Asset Allocation
  • Roadmap 90 วัน + ข่าวกรองรายวัน
Subscribe at jptrustlearning.com
Act VI

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนขายออกเงินให้คนซื้อ

กลไกแบบนี้เคยเกิดมาก่อน และจบไม่สวย แต่ต้องเทียบให้ถูกที่ก่อน

1998–2000
ยุคบูมโทรคมนาคม ผู้ผลิตอุปกรณ์แข่งกันปล่อยกู้ให้ลูกค้าเอาไปซื้อของของตัวเอง
ยิ่งปล่อยกู้มาก ยอดขายยิ่งโต และตัวเลขยอดขายก็ถูกใช้เป็นหลักฐานว่าดีมานด์แรงจริง
สิ้นปี 2000
ผู้ผลิต 9 ราย ปล่อยเงินให้ผู้ให้บริการรวมราว 25,600 ล้านดอลลาร์
รวม Lucent, Nortel, Cisco, Ericsson, Nokia, Motorola ตามประมาณการของ McKinsey
2001–2002
Lucent ตั้งสำรองหนี้สูญจากลูกค้า 2,200 ล้าน แล้วอีก 1,300 ล้านดอลลาร์
เงินที่ปล่อยกู้ไปกลายเป็นความเสียหายที่ต้องบันทึกกลับเข้างบตัวเอง
ถึงปี 2003
ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ 24 จาก 30 รายในตลาด ล้มละลาย
สิ่งที่เทียบได้จริงคือกลไก "คนขายออกเงินให้คนซื้อ" ไม่ใช่คำว่าฟองสบู่ลอยๆ

ถ้าเทียบตรงกลไก ขนาดต่างกันมาก ปี 2000 ผู้ผลิตเก้ารายรวมกันได้ 25,600 ล้านดอลลาร์ วันนี้ NVIDIA รายเดียวมีดีลที่กำลังเจรจาเกิน 750,000 ล้าน

แต่ต้องแฟร์กับอีกฝั่งด้วยนะคะ สิ่งที่ต่างจริงคือคนกู้เป็นใคร — ปี 2000 คนกู้คือผู้ให้บริการหน้าใหม่ที่แทบไม่มีรายได้และอยู่ได้ด้วยเงินระดมทุนล้วนๆ วันนี้คนจ่ายเงินก้อนใหญ่คือ Microsoft, Google, Meta ที่มีกำไรจริง และของขาดก็ขาดจริง ไม่ได้เป็นเรื่องเล่า Apple ต้องขึ้นราคา Mac กับ iPad ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเพราะราคาหน่วยความจำ นักวิเคราะห์ Morningstar เองก็มองว่าแรงขายวันนี้เป็นปฏิกิริยาฉับพลันที่แรงเกินเหตุ

ยกเว้นก้อนเดียวที่ค้างคาที่สุด OpenAI ซึ่งเป็นคนกู้ในดีล 250,000 ล้าน ยังขาดทุนอยู่

Act VII

แล้วจากนี้ ดูอะไร

สัปดาห์นี้มีของให้ตรวจสอบเยอะผิดปกติ และเรียงมาติดกันหมด

คืนวันพุธ · ตีหนึ่งเวลาไทย
Fed ประกาศดอกเบี้ย
ตลาดให้น้ำหนักคงไว้ที่ 3.50–3.75% ราว 6 ใน 10 ที่เหลือคือขึ้น · เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังราว 4.2%
พุธถึงพฤหัส
งบ Microsoft, Meta, Amazon
อย่าดูแค่ตัวเลขงบลงทุน ให้ฟังด้วยว่าดีลก้อนใหม่ที่ประกาศออกมา มีใครเป็นผู้ค้ำอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า และค้ำให้ใคร
พฤหัสบดี
งบ Apple ไตรมาสแรกที่จะเห็นผลกระทบทางการเงินจากภาวะหน่วยความจำขาดตลาด
ตลาดหุ้นไทยกลับมาเปิดเช้าวันเดียวกัน หลังหยุดสองวัน — เท่ากับรับข่าวสะสมทั้งหมดรวดเดียว
ปลายเดือนหน้า
งบ NVIDIA
อีกอย่างที่ดูได้ฟรีคือราคาประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของ NVIDIA ควบคู่ไปกับราคาหุ้น เพราะรอบนี้ตลาดหนี้ขยับก่อนตลาดหุ้นหนึ่งวันเต็ม
สรุปแบบเรานะคะ คำถามที่ถูกไม่ใช่ว่าฟองสบู่ AI แตกหรือยัง เพราะคำถามนั้นตอบไม่ได้จนกว่าจะสายไป คำถามที่ถูกคือ ในดีลก้อนโตแต่ละก้อน เงินมาจากกระเป๋าคนซื้อจริงๆ กี่เปอร์เซ็นต์ — ข้อดีของคำถามหลังคือเปิดเอกสารอ่านได้เลย ไม่ต้องเดา

ส่วนสิ่งที่เราตอบไม่ได้ ก็ขอตอบตรงๆ ค่ะ เราไม่รู้ว่าวงจรนี้จะหมุนต่อได้อีกกี่รอบ ดีล 250,000 ล้านดอลลาร์ยังเป็นแค่ข่าวว่าอยู่ระหว่างเจรจา ยังไม่มีใครเซ็น และไม่มีใครรู้ว่าจะได้เซ็นจริงไหม

ระหว่างนี้ ข่าวแบบเมื่อคืนไม่ใช่ปุ่มซื้อหรือปุ่มขายค่ะ มีระบบไม่ได้แปลว่าไม่ตามข่าว เราอ่านทุกบรรทัด แต่ข้อมูลใหม่ทุกชิ้นต้องเอาไปทดสอบกับข้อมูลจริงก่อน เห็นผลออกมาเป็นตัวเลข แล้วค่อยแก้กติกาตอนใจนิ่ง — ปรับที่กติกาด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ปรับที่หน้าจอด้วยความรู้สึก

Sources

แหล่งที่มา

ตัวเลขหลักในบทวิเคราะห์นี้ตรวจสอบกับแหล่งข่าวการเงินเกรดสูงอย่างน้อยสองแหล่งต่อประเด็น