ตามการหลุดกรอบ
เมื่อ Asia share อยู่ในกลุ่มสูง ระบบ H ใช้ breakout ตามทิศทางที่ราคาหลุดกรอบเช้า และถือข้ามคืน
วันที่ Asia “ดัง” กับวันที่ Asia “เงียบ”
สองระบบที่ทำงานคนละวัน มี edge จริงไหม?
เริ่มจากทำความเข้าใจพฤติกรรมตลาด แล้วค่อยดูว่า
ผลทดสอบสนับสนุนแนวคิดนี้มากน้อยเพียงใด
ชุดเดียวกับที่เผยแพร่บนโซเชียล ไล่ตั้งแต่แนวคิดจนถึงด่านทดสอบ · เลื่อนดูทีละแผ่น หรือกดที่ภาพเพื่อขยาย
ภาพสรุปย่อจากรายงานฉบับเต็มด้านล่าง ตัวเลขทุกตัวอ้างอิงหัวข้อเดียวกันในหน้านี้ · ผลจำลองย้อนหลัง ไม่ใช่การรับประกันผลในอนาคต
บางช่วงทองคำเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลังหลุดกรอบราคา ขณะที่บางช่วงกลับแกว่งไปมาในกรอบเดิม ระบบที่เหมาะกับพฤติกรรมหนึ่ง จึงอาจให้ผลตรงข้ามในอีกพฤติกรรมหนึ่ง
งานวิจัยนี้ใช้ Asia share — สัดส่วนช่วงราคาฝั่งเอเชียเมื่อเทียบกับช่วงราคาทั้งวัน — เป็นจุดเริ่มต้น แล้วใช้ประวัติของค่านี้แบ่งตลาดออกเป็น HIGH, LOW และ MID เพื่อกำหนดว่าระบบใดควรทำงานในแต่ละวัน
คำว่า “Asia ดัง” และ “Asia เงียบ” จึงเป็นชื่อเรียกสภาวะตลาดจากข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่การฟันธงว่าวันนี้ราคาจะวิ่งไปทางใด
เมื่อ Asia share อยู่ในกลุ่มสูง ระบบ H ใช้ breakout ตามทิศทางที่ราคาหลุดกรอบเช้า และถือข้ามคืน
เมื่อ Asia share อยู่ในกลุ่มต่ำ ระบบ L ใช้กริดสองด้านเพื่อเก็บการแกว่งกลับของราคา และปิดสถานะภายในวัน
เมื่อ Asia share อยู่ตรงกลาง งานวิจัยยังไม่พบระบบที่เพิ่มประโยชน์ได้ชัดเจน จึงเว้นการทำงานในวัน MID
ภาพแนวคิดใช้เพื่ออธิบายลักษณะการทำงาน ไม่ใช่ตัวอย่างราคาที่นำมาคำนวณผลทดสอบ
บนข้อมูลช่วงเดียวกัน การรวม H + L ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงขึ้น พร้อมกับ Drawdown สูงสุดที่เท่าเดิม แต่คุณค่าที่เห็นชัดกว่าอยู่ในผลรายปี
ข้อมูล 15 นาที ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026 · ต้นทุนกริด $0.15/oz ต่อรอบตามสมมติฐานในตารางพอร์ต · ช่วงนี้ต่างจากการทดสอบ H ระยะ 22 ปี
สลับคู่เปรียบเทียบได้ · ตัวเลขทางขวาเป็นผลตอบแทนของแต่ละระบบ (%)
ตัวอย่างที่อธิบายแนวคิดได้ชัดคือ ปี 2021 และ 2023 ซึ่ง H ติดลบ แต่ H + L กลับเป็นบวก การเพิ่ม lot ให้ H เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนปีขาดทุนให้เป็นปีกำไรได้ เพราะเป็นการขยายผลลัพธ์ของระบบเดิม
ปีบวกของ H เดี่ยวคือ 4/8 (ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0%) ส่วน H + L คือ 8/8 ผลตอบแทนรายปีทั้งหมดแสดงไว้ด้านล่าง
| ปี | H เดี่ยว | H + L | L เติมให้ | H ×1.51 lot | H+L ชนะเพิ่ม lot? |
|---|---|---|---|---|---|
| 2019* | -0.5 | +1.6 | +2.1 | -0.8 | ใช่ |
| 2020 | +6.2 | +15.3 | +9.1 | +9.3 | ใช่ |
| 2021 | -1.2 | +8.8 | +10.0 | -1.8 | ใช่ |
| 2022 | +0.0 | +3.1 | +3.1 | +0.0 | ใช่ |
| 2023 | -2.0 | +6.6 | +8.6 | -3.0 | ใช่ |
| 2024 | +17.4 | +25.5 | +8.1 | +26.2 | ไม่ |
| 2025 | +14.3 | +14.3 | +0.0 | +21.6 | ไม่ |
| 2026* | +46.7 | +46.7 | +0.0 | +70.4 | ไม่ |
L เติมให้ = ส่วนต่างระหว่าง H + L กับ H เดี่ยวตามตารางต้นฉบับ · H เพิ่ม lot 1.51× = ผลตอบแทนรายวันของ H คูณ 1.506 (ขนาดที่ทำให้กำไรทั้งช่วงเท่ากับ H + L) คำนวณจากผลรายวันก่อนปัดเศษ
ปีบวก: H 4 ปีจาก 8 ปี (2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0%) · H + L 8 ปีจาก 8 ปี · H + L ชนะการเพิ่ม lot 5/8 ปี — ชนะทุกปีที่ H แห้ง แพ้ในปีที่ H ทำงานดีอยู่แล้ว
ตัวแปรนี้ไม่ได้วัดเพียงว่าเช้าเอเชียแกว่งกว้างแค่ไหน แต่ดูว่า “ช่วงราคาเช้าเอเชียคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของช่วงราคาทั้งวัน” แล้วเปรียบเทียบกับประวัติของมันเอง
ใช้ช่วงราคาของวันในอดีตที่มีข้อมูลครบทั้งวัน จึงรู้ทั้งส่วนของเอเชียและส่วนของวันเต็ม
ลดความผันผวนของข้อมูลรายวัน ด้วยค่าเฉลี่ย 60 วันเทรดก่อนหน้า โดยไม่รวมวันนี้
ดูว่าค่าเฉลี่ยล่าสุดอยู่สูงกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อนหน้า 500 วัน หรือประมาณ 2 ปี
เกณฑ์ 33% และ 66% เป็นอันดับเมื่อเทียบกับประวัติ ไม่ใช่สัดส่วนช่วงราคาเอเชียต่อทั้งวันโดยตรง
เมื่อคงกติกาของแต่ละระบบไว้ แล้วเปลี่ยนเฉพาะกลุ่มวันที่ใช้ทดสอบ ผลที่ได้มีทิศทางต่างกันชัดเจน: breakout ทำได้ดีที่สุดใน HIGH ส่วนกริดทำได้ดีที่สุดใน LOW และกลับขาดทุนใน HIGH
| ระบบ (กติกาเดียวกันทุก regime) | วัน HIGH | วัน MID | วัน LOW |
|---|---|---|---|
| breakout ถือข้ามคืน — กำไรเฉลี่ยต่อไม้ (22 ปี) | +12.8 bp | +6.8 bp | +1.6 bp |
| breakout — Sharpe (22 ปี) | 1.19 | 0.70 | 0.19 |
| กริดสองด้าน ออกวันเดียว — Sharpe (2019–26) | −1.08 | 1.09 | 1.59 |
bp คือหนึ่งในหมื่นของราคา · breakout ใช้ข้อมูล 22 ปี ส่วนกริดใช้ข้อมูล 2019–26 จึงเป็นการอ่านความแตกต่าง ภายในแต่ละระบบ ไม่ใช่การนำสองช่วงข้อมูลมาเทียบเป็นการทดลองเดียวกัน
กริดใน MID มี Sharpe 1.09 ที่ดูดี แต่เมื่อเทียบกับวันสุ่มในปีเดียวกันแล้วไม่ต่างอย่างชัดเจน ส่วน breakout ใน MID ให้ประโยชน์ใกล้เคียงกับการเพิ่ม lot ของ H งานวิจัยจึงยังเว้นวัน MID ไว้
HIGH ให้ H ตามการหลุดกรอบ
LOW ให้ L เก็บการแกว่งกลับ · MID เว้นการทำงาน
H คือ breakout ในวัน HIGH จุดแข็งของมันอยู่ที่ผลทดสอบ 22 ปี และผลนอกตัวอย่างที่ยังเป็นบวก จุดอ่อนคือช่วงเวลาหลายปีที่ผลตอบแทนอ่อนแรง
Sharpe 1.19 · t-stat 5.7
สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ t > 3 ที่งานวิจัยกำหนด
Drawdown −12.8% · ปีบวก 16/21
ปีที่แย่ที่สุด −2.6%
t-stat 4.3 · เลือกพารามิเตอร์จากข้อมูลในอดีต แล้วนำไปทดสอบในปีถัดไป
Sharpe 3.65 ตามสูตร MT5 · DD 7.4%
จำนวนไม้ใกล้กับ Python ที่ 233 ไม้
Strategy Tester คือผลจำลองของ EA ในสภาพแวดล้อมบัญชีทดลองของโบรก ไม่ใช่ผลซื้อขายเงินจริง และ Sharpe ตามสูตร MT5 ควรอ่านแยกจาก Sharpe ที่คำนวณด้วยผลตอบแทนรายวันในบทความนี้
กติกาที่ใช้ในการทดสอบย้อนหลังตามต้นฉบับ · เวลาไทย
Sharpe ของระบบ H แยกตามยุค · ทุกแท่งเริ่มจากศูนย์และใช้สเกลเดียวกัน
บนข้อมูล 22 ปี การทำ breakout ทุกวันให้ผลตอบแทนและ Sharpe สูงกว่าการกรองเฉพาะ HIGH แต่แลกกับ Drawdown ที่มากกว่าและการอยู่ในตลาดทุกวัน งานวิจัยเลือกใช้ HIGH เพราะต้องการจำกัดความเสี่ยงและลดเวลาที่ระบบทำงาน
| บนข้อมูล 22 ปี | ทุกวัน ไม่กรอง | เฉพาะ HIGH |
|---|---|---|
| Sharpe | 1.34 | 1.19 |
| ผลตอบแทนต่อปี | +18.4% | +12.5% |
| Drawdown | −19% | −12.8% |
| วันที่อยู่ในตลาด | ทุกวัน | 42% |
ข้อโต้แย้งที่พบบ่อยคือ 22 ปีนี้เป็นยุคกระทิงของทอง ระบบจึงได้ประโยชน์จากทิศทาง แต่ระบบ H เข้าได้ทั้งสองทาง และผลแยกตามช่วงตลาดบอกอีกอย่าง: ในตลาดหมี ก.ย. 2011 – ธ.ค. 2015 ที่ทองลงจากยอด −44% ระบบ H ได้ +13.4% ต่อปี Sharpe 1.34 ส่วนช่วงที่ H อ่อนแรงจริงคือ 2016 – กลาง 2019 ซึ่งทองกลับขึ้น +29% — สิ่งที่ H ต้องการไม่ใช่ขาขึ้น แต่คือวันที่เช้าเอเชียมีพายุ
| ช่วงตลาด | ทอง | H ต่อปี | Sharpe | Drawdown |
|---|---|---|---|---|
| ขาขึ้น มิ.ย. 2004 – ก.ย. 2011 | +389% | +16.7% | 1.46 | −10.9% |
| ขาลง ก.ย. 2011 – ธ.ค. 2015 | −44% | +13.4% | 1.34 | −12.8% |
| ซึม ม.ค. 2016 – มิ.ย. 2019 | +29% | −1.0% | −0.15 | −8.8% |
| แบน ก.ค. 2019 – ธ.ค. 2023 | +49% | +3.0% | 0.41 | −9.8% |
| ขาขึ้น ม.ค. 2024 – ก.ย. 2026 | +112% | +33.5% | 2.03 | −11.3% |
ผลตอบแทน H ที่ขนาด 1 เท่าของทุน ไม่ทบต้น · ทอง = การเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงนั้น · ไม้ long 1,107 ไม้ เฉลี่ย +14.6 bp และไม้ short 1,072 ไม้ เฉลี่ย +10.9 bp บวกทั้งสองด้าน · ปีที่ทองติดลบ 5 ปี H เป็นบวก 3 ปี รวมปี 2013 ที่ทอง −29.7% และ H +34.5% · ช่วงที่ตลาดซึม ระบบให้ผลใกล้ศูนย์โดย Drawdown ไม่เกิน −10% เพราะทุกไม้มีจุดหยุดขาดทุนตั้งแต่เปิด — ตลาดซึมยาวจึงหมายถึงระบบนอนแบน ไม่ใช่พอร์ตแตก
L คือกริดสองด้านที่ปิดสถานะภายในวัน ผลบน LOW ดูดี แต่การยืนยัน edge ต้องตอบให้ได้ว่า “เลือก LOW แล้วดีกว่าเลือกวันอื่นจริงหรือไม่”
Sharpe 1.59 · t-stat 2.3
ผลตอบแทน +11.8%/ปี · DD −9.5% · วันบวก 59%
ที่ต้นทุน 0.5 bp ต่อรอบ (ฐานเดียวกับ breakout และการทดสอบวันสุ่ม) · ที่ $0.15/oz ต่อรอบ → Sharpe 1.22 · +9.0%/ปี · DD −10.1%
เปลี่ยนระยะขั้น พื้นที่กริด และจุดหยุดขาดทุน ทุกแบบยังให้ผลบวกบนวัน LOW
ประมาณ 7 รอบต่อวัน · ไม้ค้างเฉลี่ย 2.2 ชั้น สูงสุด 8 ชั้น · วันแย่ที่สุด −405 bp ต่อชั้น
t-stat 1.5 · มีเพียง 413 วัน
ปี 2024 ติดลบ จึงยังเป็นหลักฐานนอกตัวอย่างที่จำกัด
กติกาสำหรับการทดสอบย้อนหลังตามต้นฉบับ · เวลาไทย
หากกริดทำกำไรได้บนวันใดก็ได้ การเลือก LOW ก็ไม่มีความหมาย งานวิจัยจึงใช้ผลจำลองกริดบนทุกวันที่มี regime แล้วสุ่มเลือกวันจำนวนเท่ากับ LOW มาเปรียบเทียบ 5,000 ครั้งต่อวิธี
ถามว่า LOW ดีกว่าการหยิบวันใดก็ได้จำนวนเท่ากันหรือไม่
เลื่อนแผนที่ regime ไปตามเวลา โดยยังเก็บรูปแบบที่ LOW มักเกิดติดกันเป็นช่วงยาว
ควบคุมผลของปี เพื่อทดสอบว่า LOW ไม่ได้เพียงตกอยู่ในปีที่กริดทำได้ดีพอดี
วงกลมโปร่ง = ผลสุ่มที่ p95 · จุดทึบ = Sharpe จริง 1.59 · แกนนอนเป็น Sharpe
| วิธีสุ่ม | Sharpe จริง (วัน LOW) | สุ่มได้ถึง (p95) | p-value | ผล |
|---|---|---|---|---|
| สุ่มวันเท่ากัน (iid) | 1.59 | 1.16 | 0.008 | ผ่าน |
| เลื่อนแผนที่ทั้งชุด (circular shift) | 1.59 | 1.12 | 0.009 | ผ่าน |
| สุ่มเฉพาะในปีเดียวกัน (within-year) | 1.59 | 1.41 | 0.023 | ผ่าน |
กริดแบบไม่มีหยุดขาดทุนให้ Sharpe จริง 1.32 และ p-value เท่ากับ 0.018 / 0.006 / 0.012 ตามลำดับวิธีสุ่มข้างต้น จึงผ่านทั้งสามวิธีเช่นกัน
การทดสอบครั้งแรกใช้เพียง 20 รอบ และได้ผลว่า “ไม่ผ่าน” ต้นฉบับอธิบายว่าจำนวนรอบสุ่มน้อยเกินไป ก่อนเพิ่มการทดสอบเป็น 5,000 รอบต่อแบบและได้ผลตามตารางนี้
เมื่อนำทุกวันมาแบ่งเป็น 10 กลุ่มเท่า ๆ กัน ตาม Asia share กลุ่มทางฝั่งเงียบให้ผลบวกกับกริด ส่วนกลุ่มกลางมีผลบวกอ่อนลง และตั้งแต่ 0.69 ขึ้นไป ซึ่งต้นฉบับระบุเป็นโซน HIGH กริดขาดทุนทุกกลุ่ม
Sharpe ของกริดครบ 10 กลุ่ม · ทุกวันที่มี regime ในช่วง 2019–26
| ช่วง Asia share | Sharpe |
|---|---|
| 0.00–0.08 | +1.38 |
| 0.08–0.23 | +2.87 |
| 0.23–0.32 | +0.88 |
| 0.33–0.44 | +0.98 |
| 0.44–0.58 | +0.74 |
| 0.58–0.69 | +0.75 |
| 0.69–0.79 | -1.47 |
| 0.79–0.88 | -1.56 |
| 0.88–0.95 | -0.92 |
| 0.95–1.00 | -0.51 |
อย่างไรก็ตาม ข้อมูล L ยังมีเพียง 536 วันใน 4.5 ปี และพารามิเตอร์ผ่านการสแกนมาแล้ว ผลดีที่สุดจึงอาจสูงกว่าที่จะเกิดขึ้นนอกตัวอย่าง ข้อจำกัดนี้ยังอยู่ แม้ผลตรวจซ้ำหลายด้านจะสนับสนุนแนวคิดเดียวกัน
กริดสะสมกำไรจากการเคลื่อนไหวสั้น ๆ หลายรอบ จึงมีต้นทุนเกิดขึ้นซ้ำบ่อย กำไรก่อนต้นทุนต่อรอบที่ไม่มากนัก ทำให้ส่วนต่างราคา ค่าคอมมิชชัน และ slippage เป็นตัวแปรสำคัญ
ผลตามกราฟต้นทุนในต้นฉบับ · ต้นทุนรวมต่อรอบ = spread + ค่าคอมมิชชัน + slippage
ต้นทุน $0.15/oz ต่อรอบ → Sharpe +1.22 (ค่าจากกราฟต้นฉบับ)
ฐานต้นทุนสองแบบ: ผลหลักของ L (Sharpe 1.59 · +11.8%/ปี · DD −9.5%) และการทดสอบวันสุ่มใช้ต้นทุน 0.5 bp ต่อรอบ ซึ่งเป็นฐานเดียวกับ breakout ส่วนกราฟนี้และตารางพอร์ตคิดต้นทุนเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ตามราคาทองของแต่ละวัน — ที่ $0.15/oz L ให้ Sharpe 1.22 · +9.0%/ปี · DD −10.1% ทั้งสองค่าคือระบบเดียวกันภายใต้สมมติฐานต้นทุนต่างกัน
| ต้นทุนต่อรอบ ($/oz) | Sharpe |
|---|---|
| $0.10 | +1.53 |
| $0.15 | +1.22 |
| $0.20 | +0.90 |
| $0.25 | +0.59 |
| $0.30 | +0.27 |
| $0.40 | -0.36 |
ต้นฉบับอธิบายว่า เมื่อราคาทองสูงขึ้น ต้นทุนจำนวนดอลลาร์เท่าเดิมจะคิดเป็นสัดส่วนของราคาน้อยลงราวครึ่งหนึ่ง แต่ยังไม่มีวัน LOW ในยุคหลังให้ยืนยันว่า edge ของ L จะคงอยู่ในระดับเดิม
นับตั้งแต่ 30 เมษายน 2024 ตามที่ต้นฉบับระบุ ไม่มีวัน LOW ให้ L ทำงานอีก ในปี 2025–26 ผลรวมจึงมาจาก H ทั้งหมด งานวิจัยยังตอบไม่ได้ว่าพฤติกรรมของ LOW จะเหมือนเดิมหรือไม่ในยุคทองระดับ $4,000
การเพิ่มระบบควรให้ประโยชน์ที่มากกว่าการขยายขนาดระบบเดิม จึงต้องวาง H + L ข้าง H เดี่ยว, H เพิ่ม lot และการถือทอง บนช่วงข้อมูลเดียวกัน
| พอร์ต | Sharpe | t | กำไร/ปี | Drawdown | ปีบวก¹ |
|---|---|---|---|---|---|
| ระบบ H เดี่ยว | 1.05 | 2.8 | +11.8% | -11.3% | 4/8 |
| H + L | 1.24 | 3.3 | +17.8% | -11.3% | 8/8 |
| H เพิ่ม lot 1.51× (กำไรเท่า H + L) | 1.05 | 2.8 | +17.8% | -17.0% | 4/8 |
| ถือทอง buy & hold | 0.92 | 2.4 | +16.4% | -26.6% | — |
ข้อมูล 15 นาที ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026 · ขนาด 1 เท่าของทุนเป็นฐาน ไม่ทบต้น · กริดใช้ต้นทุน $0.15/oz ต่อรอบ · ต้นฉบับระบุราคาทองช่วงนี้เพิ่มจาก $1,490 เป็น $4,126
¹นับจาก 8 ปีในตาราง (2019 และ 2026 มีข้อมูลบางส่วน) · H ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0% ไม่นับเป็นปีบวก · H เพิ่ม lot 1.51× = ขนาดที่ทำให้กำไรทั้งช่วงเท่ากับ H + L พอดี (17.8 / 11.8) จึงเป็นการถามว่า “ต้องจ่าย Drawdown เท่าไรเพื่อได้กำไรเท่ากัน”: −17.0% เทียบกับ −11.3% ของ H + L
ผลตอบแทนสะสม (%) ถึง ก.ค. 2026 · ไม่ทบต้น
เพิ่ม lot ของ H เป็น 1.51× ได้ผลตอบแทน +17.8%/ปี เท่ากับ H + L พอดี แต่ต้องรับ Drawdown −17.0% แทน −11.3% และยังขาดทุนในปีที่ H ขาดทุน (2019, 2021, 2023) ส่วน H + L เป็นบวกทุกปีในตาราง
H + L ให้ +17.8%/ปี เทียบกับถือทอง +16.4%/ปี โดย DD อยู่ที่ −11.3% เทียบกับ −26.6% หรือน้อยกว่าครึ่งในช่วงข้อมูลนี้
อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนที่ดีขึ้นยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต้องตรวจด้วยว่า “แผนที่ที่กำหนดวันให้ H และ L” มีความหมายจริง หรือเพียงบังเอิญจัดสรรวันได้ลงตัวกับข้อมูลชุดนี้
ด่านนี้ไม่ได้ถามแค่ว่าแต่ละระบบทำกำไรหรือไม่ แต่ถามว่าการเลือกให้ H ทำงานวัน HIGH และ L ทำงานวัน LOW มีคุณค่าจริงเพียงใด
งานวิจัยจำลองทั้งสองระบบบนทุกวัน แล้วสุ่มเปลี่ยนแผนที่ regime 5,000 ครั้งต่อวิธี โดยตั้งเกณฑ์เข้มขึ้น: ผลจริงต้องชนะผลสุ่ม 97.5%
ผ่านการสุ่มวันเท่ากันและการเลื่อนแผนที่ทั้งชุด แต่ การสุ่มภายในปีเดียวกันยังไม่ผ่านเกณฑ์เข้มสุด แม้จะผ่านที่ระดับ 95%
วงกลมโปร่ง = ผลสุ่มที่ p97.5 · จุดทึบ = Sharpe จริง 1.18 · แกนนอนเป็น Sharpe
| วิธีสุ่มแผนที่ | H + L จริง | สุ่มได้ถึง (p97.5) | p-value | ผล |
|---|---|---|---|---|
| สุ่มวันเท่ากัน (iid) | 1.18 | 1.10 | 0.015 | ผ่าน |
| เลื่อนแผนที่ทั้งชุด (circular shift) | 1.18 | 1.14 | 0.020 | ผ่าน |
| สุ่มเฉพาะในปีเดียวกัน (within-year) | 1.18 | 1.24 | 0.041 | ไม่ผ่าน |
Sharpe ในด่านนี้เป็น 1.18 เพราะผูกกำไรต่อไม้กับวันที่เกิดสัญญาณ ต่างจากวิธีคำนวณในตารางพอร์ตที่ได้ 1.24 ต้นฉบับอธิบายความต่างนี้ไว้ จึงควรอ่านแยกตามฐานคำนวณ
ค่าจากด่านทดสอบแผนที่
ตารางพอร์ตรายงาน 1.24 ด้วยอีกฐานคำนวณ
ผลตอบแทน −9.2%/ปี
Drawdown −68%
ผลของแผนที่กลับด้านสนับสนุนว่า ทิศทางของการจับคู่ระบบกับ regime มีความหมาย แต่ยังต้องอ่านร่วมกับการสุ่มภายในปีเดียวกัน ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ 97.5%
ช่วงความเชื่อมั่น [+0.01, +0.53]
ผลดีขึ้นด้วยความน่าจะเป็น 96% ตามการสุ่มปีซ้ำ 2,000 ครั้ง ของต้นฉบับ
n = 1,769 · ผ่านเกณฑ์ t > 3 ของงานวิจัย
H เดี่ยวในช่วง 7 ปีนี้มี t = 2.8 จึงต้องอาศัยหลักฐาน H ระยะ 22 ปีประกอบ
ภาพรวมสนับสนุนแนวคิด “ต่างสภาวะ ต่างระบบ” โดย H มีหลักฐานระยะยาวหนักแน่นกว่า ส่วน L มีหลักฐานว่า LOW เป็นกลุ่มวันที่มีลักษณะเฉพาะ แต่ยังจำกัดด้วยต้นทุนและช่วงข้อมูล
มี 536 วันใน 4.5 ปี แม้ทั้ง 36 แบบจะเป็นบวก แต่ค่าที่ดีที่สุดอาจสูงกว่าผลจริงนอกตัวอย่าง ส่วน walk-forward มี 413 วัน และปี 2024 ติดลบ
สมมติฐาน $0.15 ต่อออนซ์ต่อรอบอ้างอิงเพียง spread บัญชี raw บัญชีมาตรฐานอาจมีต้นทุนสูงกว่านั้น และเมื่อรวมค่าคอมมิชชันกับ slippage แล้ว ผลสุทธิอาจต่างจากแบบจำลองมาก
ปี 2019–23 breakout อ่อนแรงแทบทุก regime ส่วน 2024–26 ทำได้ดีแทบทุก regime น้ำหนักหลักฐานของตัวกรอง HIGH จึงอยู่ที่ข้อมูล 22 ปี
ปี 2019–23 หนักไปทาง LOW/MID ขณะที่ 2024–26 หนักไปทาง HIGH ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH และปี 2025–26 ไม่มีวัน LOW ผลรวมช่วงหลังจึงมาจาก H ทั้งหมด
แบบจำลองเข้าที่ระดับราคาพอดี และไม่ปิดกำไรในแท่งที่เพิ่งเปิดสถานะ แต่การทำงานจริงเข้าที่ราคาตลาดและปิดได้ทุก tick ความต่างนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
กริดบน MID ไม่ต่างจากวันสุ่ม ส่วน breakout ให้ผลใกล้เคียงการเพิ่ม lot ของ H งานวิจัยจึงเว้น MID แทนการบังคับให้ทุกวันต้องมีระบบทำงาน
Asia share มีความหมายก็ต่อเมื่อช่วงเช้าเอเชียเป็นส่วนที่มีน้ำหนักของวันเทรดทอง ซึ่งเป็นโครงสร้างของยุคหลังปี 2000: Shanghai Gold Exchange เปิดในปี 2002 และกลายเป็นตลาดทองคำจริงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งกระดานสำหรับต่างชาติในปี 2014 และราคาอ้างอิง Shanghai Benchmark ในปี 2016 ขณะที่ธนาคารกลางกลายเป็นผู้ซื้อสุทธิรายใหญ่ตั้งแต่ราวปี 2010 และซื้อเกิน 1,000 ตันต่อปีในปี 2022–2024 นำโดยธนาคารกลางในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ข้อมูลรายชั่วโมงก่อนปี 2004 จึงไม่ได้มีเพียงข้อจำกัดเรื่องการหาข้อมูล แต่เป็นตลาดที่โครงสร้างต่างจากปัจจุบัน งานวิจัยชั้นนำยังพบว่าการกำหนดราคาทองมาจากนิวยอร์กและลอนดอนเป็นหลัก แต่บทบาทของเซสชันเอเชียในการกำหนดราคาเพิ่มขึ้นหลังเปิดกระดานต่างชาติของเซี่ยงไฮ้ — สัญญาณของเราไม่ต้องการให้เอเชีย "นำ" ราคา แค่ต้องการให้ช่วงเช้าเอเชียสะท้อนสภาวะของวันได้ เรามองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีรากจากภูมิรัฐศาสตร์และการจัดสรรทุนสำรองระยะยาวซึ่งไม่กลับทิศเร็ว และตัวเลข Asia share เองจะเป็นตัวบอกถ้าโครงสร้างเปลี่ยน: หากช่วงเอเชียหมดความหมาย สัดส่วนจะเสื่อมลงให้เห็นก่อนที่ระบบจะเสียหาย
ที่มา: LBMA Alchemist, The Shanghai Gold Exchange and its future development (เปิด 30 ต.ค. 2002) · Xu, Nordén และคณะ, Market openness and market quality in gold markets, Journal of Futures Markets 2019 (สัดส่วนการกำหนดราคาของ SGE เพิ่มขึ้นหลังเปิดกระดานต่างชาติ) · Hauptfleisch, Putniņš และ Lucey, Who sets the price of gold? London or New York, Journal of Futures Markets 2016 · World Gold Council, Gold Demand Trends และข้อมูลธนาคารกลาง (ซื้อสุทธิเฉลี่ย 473 ตัน/ปี ในปี 2010–2021 · เกิน 1,000 ตันในปี 2022–2024 · 863 ตันในปี 2025)
การรวมระบบจะมีความหมาย
เมื่อแต่ละระบบเติมสิ่งที่อีกระบบขาด
และผลนั้นยังยืนอยู่ได้เมื่อทดสอบความบังเอิญ
สำหรับ H + L ผลทดสอบสนับสนุนการกระจายผลตอบแทนตามสภาวะตลาด และแสดงทิศทางของการจับคู่ที่ชัดเจน แต่ข้อสรุปยังต้องอยู่ภายใต้ต้นทุนของ L ข้อมูลที่มีจำกัด และด่านสุ่มภายในปีเดียวกันที่ยังไม่ถึงเกณฑ์เข้มสุด
| รายการ | ฐานข้อมูล / สมมติฐาน |
|---|---|
| สินทรัพย์และเวลา | XAUUSD · เวลาไทย |
| ข้อมูลรายชั่วโมง | มิ.ย. 2004 – ก.ย. 2026 |
| ข้อมูลราย 15 นาที | ส.ค. 2018 – ก.ค. 2026 |
| ช่วงเปรียบเทียบพอร์ต | ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026 |
| วัน LOW ที่ L ทำงาน | ต.ค. 2019 – เม.ย. 2024 · 536 วัน |
| ต้นทุน breakout | spread 0.5 bp + swap 1 bp/คืน |
| ต้นทุนกริดในตารางหลัก | $0.15/oz ต่อรอบ |
| ฐานผลตอบแทน | ขนาด 1 เท่าของทุน · ไม่ทบต้น |
| Sharpe | จากผลตอบแทนรายวัน ×√252 |
| Permutation | 5,000 รอบต่อแบบ |
| Walk-forward | Anchored · เลือกด้วย Sharpe ในตัวอย่าง |
ต้นฉบับระบุว่าตัวเลขมาจากสคริปต์ในคลังวิจัยของ JP Trust Learning ฉบับนี้เรียบเรียงและออกแบบใหม่จากบทความต้นฉบับ ตัวเลขทุกตัวตรวจทานกับผลจากสคริปต์ในคลังวิจัยแล้ว (13 ก.ย. 2026)