Gold · Asia Regime · High + Low

ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหว
เหมือนกันทุกวัน

วันที่ Asia “ดัง” กับวันที่ Asia “เงียบ”
สองระบบที่ทำงานคนละวัน มี edge จริงไหม?

เริ่มจากทำความเข้าใจพฤติกรรมตลาด แล้วค่อยดูว่า
ผลทดสอบสนับสนุนแนวคิดนี้มากน้อยเพียงใด

เริ่มจากภาพรวม
ONE MARKET. DIFFERENT REGIMES.XAU / USD
HIGHตามทิศทาง · ระบบ H
LOWเก็บการแกว่งกลับ · ระบบ L
MID / สภาวะปกติเว้นการทำงาน
ภาพอธิบายแนวคิด ไม่ใช่เส้นราคาจริงหรือสัญญาณซื้อขาย
เผยแพร่ กันยายน 2026 · หมวดข้อมูล & ระเบียบวิธีเรียบเรียงจากงานวิจัยของเรา · ตัวเลขทุกตัวตรวจทานกับสคริปต์ที่บันทึกไว้
00
THE NOTE IN 7 CARDS

สรุปงานวิจัยใน 7 ภาพ

ชุดเดียวกับที่เผยแพร่บนโซเชียล ไล่ตั้งแต่แนวคิดจนถึงด่านทดสอบ · เลื่อนดูทีละแผ่น หรือกดที่ภาพเพื่อขยาย

ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกันทุกวันเข้าใจสภาวะตลาด ก่อนเลือกวิธี
Asia share อ่านสภาวะของตลาดใช้ข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช้ข้อมูลอนาคต
H + L เติมช่วงที่อีกระบบอ่อนแรงสองระบบ ทำงานคนละสภาวะ
L เติมผลตอบแทนในบางปีที่ H อ่อนแรงผลตอบแทนรายปี ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026
ผลสะสมเท่ากัน แต่ Drawdown ต่างกันH + L +122% · Max DD −11.3%
พอร์ตรวมผ่านด่านสุ่ม 2 ใน 3 แบบp-value เทียบเกณฑ์ 0.025
Edge ที่น่าเชื่อถือต้องมีหลักฐานรองรับดูทั้งผลทดสอบ ต้นทุน และข้อจำกัด
1 / 7

ภาพสรุปย่อจากรายงานฉบับเต็มด้านล่าง ตัวเลขทุกตัวอ้างอิงหัวข้อเดียวกันในหน้านี้ · ผลจำลองย้อนหลัง ไม่ใช่การรับประกันผลในอนาคต

01
THE IDEA

เลือกวิธีให้ตรงกับสภาวะตลาด
ก่อนถามว่าระบบทำกำไรได้เท่าไร

บางช่วงทองคำเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลังหลุดกรอบราคา ขณะที่บางช่วงกลับแกว่งไปมาในกรอบเดิม ระบบที่เหมาะกับพฤติกรรมหนึ่ง จึงอาจให้ผลตรงข้ามในอีกพฤติกรรมหนึ่ง

งานวิจัยนี้ใช้ Asia share — สัดส่วนช่วงราคาฝั่งเอเชียเมื่อเทียบกับช่วงราคาทั้งวัน — เป็นจุดเริ่มต้น แล้วใช้ประวัติของค่านี้แบ่งตลาดออกเป็น HIGH, LOW และ MID เพื่อกำหนดว่าระบบใดควรทำงานในแต่ละวัน

คำว่า “Asia ดัง” และ “Asia เงียบ” จึงเป็นชื่อเรียกสภาวะตลาดจากข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่การฟันธงว่าวันนี้ราคาจะวิ่งไปทางใด

HIGH · SYSTEM H

ตามการหลุดกรอบ

เมื่อ Asia share อยู่ในกลุ่มสูง ระบบ H ใช้ breakout ตามทิศทางที่ราคาหลุดกรอบเช้า และถือข้ามคืน

LOW · SYSTEM L

เก็บการแกว่งกลับ

เมื่อ Asia share อยู่ในกลุ่มต่ำ ระบบ L ใช้กริดสองด้านเพื่อเก็บการแกว่งกลับของราคา และปิดสถานะภายในวัน

MID · NO SYSTEM

เว้นวันที่หลักฐานไม่ชัด

เมื่อ Asia share อยู่ตรงกลาง งานวิจัยยังไม่พบระบบที่เพิ่มประโยชน์ได้ชัดเจน จึงเว้นการทำงานในวัน MID

ภาพแนวคิดใช้เพื่ออธิบายลักษณะการทำงาน ไม่ใช่ตัวอย่างราคาที่นำมาคำนวณผลทดสอบ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “ทำงานคนละวัน”H และ L ไม่ได้ถูกนำมารวมกันเพียงเพราะต่างระบบต่างมีกำไร แต่เพราะ L อาจช่วยเติมช่วงเวลาที่ H ทำผลงานได้ไม่ดี คำถามต่อไปคือ ผลทดสอบยืนยันบทบาทนี้ได้จริงหรือไม่
02
THE RESULT, FIRST

สิ่งที่ L เติมให้ คือผลตอบแทน
ในช่วงที่ H อ่อนแรง

บนข้อมูลช่วงเดียวกัน การรวม H + L ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงขึ้น พร้อมกับ Drawdown สูงสุดที่เท่าเดิม แต่คุณค่าที่เห็นชัดกว่าอยู่ในผลรายปี

Sharpe · H เดี่ยว → H + L
1.05 → 1.24
ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความผันผวนดีขึ้น
ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี
+11.8% → +17.8%
ขนาดสัญญา 1 เท่าของทุน · ไม่ทบต้น
Drawdown สูงสุดของ H และ H + L
−11.3%
เท่ากันตามผลทดสอบในตารางต้นฉบับ

ข้อมูล 15 นาที ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026 · ต้นทุนกริด $0.15/oz ต่อรอบตามสมมติฐานในตารางพอร์ต · ช่วงนี้ต่างจากการทดสอบ H ระยะ 22 ปี

FIGURE 01 / ANNUAL RETURNS

ดูทีละปี จะเห็นว่าระบบ L ช่วยตรงไหน

สลับคู่เปรียบเทียบได้ · ตัวเลขทางขวาเป็นผลตอบแทนของแต่ละระบบ (%)

H เดี่ยวH + L
ปีผลตอบแทน (%)H เดี่ยวH + L
2019*-0.5+1.6
2020+6.2+15.3
2021-1.2+8.8
2022+0.0+3.1
2023-2.0+6.6
2024+17.4+25.5
2025+14.3+14.3
2026*+46.7+46.7
01530456075
อ่านกราฟนี้อย่างไรL เติมผลตอบแทนในปีที่ H อ่อนแรง โดยเฉพาะ 2019, 2021, 2022 และ 2023 ส่วนปี 2025–26 ผลของ H กับ H + L เท่ากัน
*2019 และ 2026 เป็นปีที่มีข้อมูลเพียงบางส่วนในช่วงทดสอบ · แถวพื้นอ่อนคือปีที่ H ไม่ทำกำไร แต่ H + L เป็นบวก · ปี 2025–26 ไม่มีวัน LOW ผลของ H กับ H + L จึงเท่ากัน ส่วน H เพิ่ม lot (1.51 เท่าของ H) ยังให้ตัวเลขต่างออกไป

ตัวอย่างที่อธิบายแนวคิดได้ชัดคือ ปี 2021 และ 2023 ซึ่ง H ติดลบ แต่ H + L กลับเป็นบวก การเพิ่ม lot ให้ H เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนปีขาดทุนให้เป็นปีกำไรได้ เพราะเป็นการขยายผลลัพธ์ของระบบเดิม

ปีบวกของ H เดี่ยวคือ 4/8 (ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0%) ส่วน H + L คือ 8/8 ผลตอบแทนรายปีทั้งหมดแสดงไว้ด้านล่าง

เปิดตัวเลขรายปีทั้งหมด
ผลตอบแทนรายปี (%) · ไม่ทบต้น
ปีH เดี่ยวH + LL เติมให้H ×1.51 lotH+L ชนะเพิ่ม lot?
2019*-0.5+1.6+2.1-0.8ใช่
2020+6.2+15.3+9.1+9.3ใช่
2021-1.2+8.8+10.0-1.8ใช่
2022+0.0+3.1+3.1+0.0ใช่
2023-2.0+6.6+8.6-3.0ใช่
2024+17.4+25.5+8.1+26.2ไม่
2025+14.3+14.3+0.0+21.6ไม่
2026*+46.7+46.7+0.0+70.4ไม่

L เติมให้ = ส่วนต่างระหว่าง H + L กับ H เดี่ยวตามตารางต้นฉบับ · H เพิ่ม lot 1.51× = ผลตอบแทนรายวันของ H คูณ 1.506 (ขนาดที่ทำให้กำไรทั้งช่วงเท่ากับ H + L) คำนวณจากผลรายวันก่อนปัดเศษ

ปีบวก: H 4 ปีจาก 8 ปี (2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0%) · H + L 8 ปีจาก 8 ปี · H + L ชนะการเพิ่ม lot 5/8 ปี — ชนะทุกปีที่ H แห้ง แพ้ในปีที่ H ทำงานดีอยู่แล้ว

ข้อสรุปเบื้องต้น: มีหลักฐานสนับสนุน edgeH มีประวัติการทดสอบระยะยาว ส่วน L แสดงคุณค่าบนวัน LOW และช่วยเติมบางปีที่ H อ่อนแรง อย่างไรก็ตาม น้ำหนักหลักฐานของสองระบบไม่เท่ากัน และผลของ L ไวต่อต้นทุนมาก — จึงต้องอ่านด่านพิสูจน์ต่อจากนี้
03
UNDERSTAND THE SIGNAL

Asia share คืออะไร
และแบ่ง HIGH / LOW อย่างไร?

ตัวแปรนี้ไม่ได้วัดเพียงว่าเช้าเอเชียแกว่งกว้างแค่ไหน แต่ดูว่า “ช่วงราคาเช้าเอเชียคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของช่วงราคาทั้งวัน” แล้วเปรียบเทียบกับประวัติของมันเอง

Asia share ของแต่ละวัน
ช่วงราคาสูงสุด − ต่ำสุด ระหว่าง 07:00–13:00ช่วงราคาสูงสุด − ต่ำสุด ของทั้งวัน
เวลาไทย · ได้ค่าระหว่าง 0 ถึง 1
01

คำนวณจากวันที่จบแล้ว

ใช้ช่วงราคาของวันในอดีตที่มีข้อมูลครบทั้งวัน จึงรู้ทั้งส่วนของเอเชียและส่วนของวันเต็ม

02

เฉลี่ย 60 วันย้อนหลัง

ลดความผันผวนของข้อมูลรายวัน ด้วยค่าเฉลี่ย 60 วันเทรดก่อนหน้า โดยไม่รวมวันนี้

03

จัดอันดับเทียบ 500 วัน

ดูว่าค่าเฉลี่ยล่าสุดอยู่สูงกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อนหน้า 500 วัน หรือประมาณ 2 ปี

เกณฑ์ 33% และ 66% เป็นอันดับเมื่อเทียบกับประวัติ ไม่ใช่สัดส่วนช่วงราคาเอเชียต่อทั้งวันโดยตรง

จุดที่ต้องแยกให้ออก: การจัด regime ของวันนี้ใช้ข้อมูลย้อนหลังที่รู้แล้วก่อนเปิดสถานะ ไม่ใช้ช่วงราคาทั้งวันของวันนี้ ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นครบ

ทำไมต้องใช้ต่างระบบในต่าง regime?

เมื่อคงกติกาของแต่ละระบบไว้ แล้วเปลี่ยนเฉพาะกลุ่มวันที่ใช้ทดสอบ ผลที่ได้มีทิศทางต่างกันชัดเจน: breakout ทำได้ดีที่สุดใน HIGH ส่วนกริดทำได้ดีที่สุดใน LOW และกลับขาดทุนใน HIGH

ผลของระบบเดียวกัน เมื่อเปลี่ยน regime
ระบบ (กติกาเดียวกันทุก regime)วัน HIGHวัน MIDวัน LOW
breakout ถือข้ามคืน — กำไรเฉลี่ยต่อไม้ (22 ปี)+12.8 bp+6.8 bp+1.6 bp
breakout — Sharpe (22 ปี)1.190.700.19
กริดสองด้าน ออกวันเดียว — Sharpe (2019–26)−1.081.091.59

bp คือหนึ่งในหมื่นของราคา · breakout ใช้ข้อมูล 22 ปี ส่วนกริดใช้ข้อมูล 2019–26 จึงเป็นการอ่านความแตกต่าง ภายในแต่ละระบบ ไม่ใช่การนำสองช่วงข้อมูลมาเทียบเป็นการทดลองเดียวกัน

กริดใน MID มี Sharpe 1.09 ที่ดูดี แต่เมื่อเทียบกับวันสุ่มในปีเดียวกันแล้วไม่ต่างอย่างชัดเจน ส่วน breakout ใน MID ให้ประโยชน์ใกล้เคียงกับการเพิ่ม lot ของ H งานวิจัยจึงยังเว้นวัน MID ไว้

HIGH ให้ H ตามการหลุดกรอบ
LOW ให้ L เก็บการแกว่งกลับ · MID เว้นการทำงาน

04
EVIDENCE / SYSTEM H

ระบบ H: หลักฐานระยะยาวชัดกว่า
แต่ไม่ได้ทำผลงานดีทุกยุค

H คือ breakout ในวัน HIGH จุดแข็งของมันอยู่ที่ผลทดสอบ 22 ปี และผลนอกตัวอย่างที่ยังเป็นบวก จุดอ่อนคือช่วงเวลาหลายปีที่ผลตอบแทนอ่อนแรง

ข้อมูลระยะยาว · มิ.ย. 2004 – ก.ย. 2026
2,179 ไม้

Sharpe 1.19 · t-stat 5.7
สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ t > 3 ที่งานวิจัยกำหนด

ผลตอบแทนและความเสี่ยง · ขนาด 1 เท่าของทุน
+12.5%/ปี

Drawdown −12.8% · ปีบวก 16/21
ปีที่แย่ที่สุด −2.6%

Walk-forward · นอกตัวอย่าง 2011–26
Sharpe 1.07

t-stat 4.3 · เลือกพารามิเตอร์จากข้อมูลในอดีต แล้วนำไปทดสอบในปีถัดไป

Strategy Tester · พ.ค. 2024 – เม.ย. 2026
234 ไม้ · PF 1.80

Sharpe 3.65 ตามสูตร MT5 · DD 7.4%
จำนวนไม้ใกล้กับ Python ที่ 233 ไม้

Strategy Tester คือผลจำลองของ EA ในสภาพแวดล้อมบัญชีทดลองของโบรก ไม่ใช่ผลซื้อขายเงินจริง และ Sharpe ตามสูตร MT5 ควรอ่านแยกจาก Sharpe ที่คำนวณด้วยผลตอบแทนรายวันในบทความนี้

ดูวิธีทดสอบระบบ H: กติกาการเข้าและออก
  1. วัน HIGH เวลา 14:00 วางคำสั่งซื้อที่ยอดกรอบเช้า และคำสั่งขายที่ฐานกรอบเช้า
  2. ราคาแตะฝั่งใดก่อน ให้เข้าฝั่งนั้น โดยมีเพียงหนึ่งไม้ต่อวัน
  3. หยุดขาดทุนที่อีกฝั่งของกรอบ และไม่มีเป้ากำไร
  4. ถือถึง 14:00 ของวันเทรดถัดไป หากไม่ถูกหยุดขาดทุนก่อน

กติกาที่ใช้ในการทดสอบย้อนหลังตามต้นฉบับ · เวลาไทย

FIGURE 02 / PERFORMANCE BY ERA

ผลระยะยาวที่ดี ยังมีช่วงอ่อนแรงอยู่ภายใน

Sharpe ของระบบ H แยกตามยุค · ทุกแท่งเริ่มจากศูนย์และใช้สเกลเดียวกัน

ช่วง 2019–23 คือจุดอ่อนที่เห็นชัด: Sharpe เหลือ 0.34 เป็นเวลาห้าปีที่ H ทำผลงานได้อ่อนแรง และเป็นช่วงที่แนวคิดของ L เข้ามามีบทบาท

ตัวกรอง HIGH ช่วยลดความเสี่ยง
ไม่ได้ทำให้ทุกตัวเลขสูงขึ้น

บนข้อมูล 22 ปี การทำ breakout ทุกวันให้ผลตอบแทนและ Sharpe สูงกว่าการกรองเฉพาะ HIGH แต่แลกกับ Drawdown ที่มากกว่าและการอยู่ในตลาดทุกวัน งานวิจัยเลือกใช้ HIGH เพราะต้องการจำกัดความเสี่ยงและลดเวลาที่ระบบทำงาน

บนข้อมูล 22 ปีทุกวัน ไม่กรองเฉพาะ HIGH
Sharpe1.341.19
ผลตอบแทนต่อปี+18.4%+12.5%
Drawdown−19%−12.8%
วันที่อยู่ในตลาดทุกวัน42%
อ่านหลักฐานให้ตรงช่วง: ความน่าเชื่อถือของ H มาจากข้อมูล 22 ปี การมองเฉพาะช่วง 7 ปีล่าสุดยังไม่เพียงพอจะประเมินตัวกรองนี้ เพราะ breakout อ่อนแรงแทบทุก regime ในปี 2019–23 และทำได้ดีแทบทุก regime ในปี 2024–26

H ไม่ได้อาศัยขาขึ้นของทอง
ช่วงที่ทองลง −44% คือช่วงที่ H ทำได้ดีที่สุดช่วงหนึ่ง

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อยคือ 22 ปีนี้เป็นยุคกระทิงของทอง ระบบจึงได้ประโยชน์จากทิศทาง แต่ระบบ H เข้าได้ทั้งสองทาง และผลแยกตามช่วงตลาดบอกอีกอย่าง: ในตลาดหมี ก.ย. 2011 – ธ.ค. 2015 ที่ทองลงจากยอด −44% ระบบ H ได้ +13.4% ต่อปี Sharpe 1.34 ส่วนช่วงที่ H อ่อนแรงจริงคือ 2016 – กลาง 2019 ซึ่งทองกลับขึ้น +29% — สิ่งที่ H ต้องการไม่ใช่ขาขึ้น แต่คือวันที่เช้าเอเชียมีพายุ

ช่วงตลาดทองH ต่อปีSharpeDrawdown
ขาขึ้น มิ.ย. 2004 – ก.ย. 2011+389%+16.7%1.46−10.9%
ขาลง ก.ย. 2011 – ธ.ค. 2015−44%+13.4%1.34−12.8%
ซึม ม.ค. 2016 – มิ.ย. 2019+29%−1.0%−0.15−8.8%
แบน ก.ค. 2019 – ธ.ค. 2023+49%+3.0%0.41−9.8%
ขาขึ้น ม.ค. 2024 – ก.ย. 2026+112%+33.5%2.03−11.3%

ผลตอบแทน H ที่ขนาด 1 เท่าของทุน ไม่ทบต้น · ทอง = การเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงนั้น · ไม้ long 1,107 ไม้ เฉลี่ย +14.6 bp และไม้ short 1,072 ไม้ เฉลี่ย +10.9 bp บวกทั้งสองด้าน · ปีที่ทองติดลบ 5 ปี H เป็นบวก 3 ปี รวมปี 2013 ที่ทอง −29.7% และ H +34.5% · ช่วงที่ตลาดซึม ระบบให้ผลใกล้ศูนย์โดย Drawdown ไม่เกิน −10% เพราะทุกไม้มีจุดหยุดขาดทุนตั้งแต่เปิด — ตลาดซึมยาวจึงหมายถึงระบบนอนแบน ไม่ใช่พอร์ตแตก

05
EVIDENCE / SYSTEM L

ระบบ L: วัน LOW พิเศษจริงไหม
หรือเพียงตรงกับปีที่กริดทำได้ดี?

L คือกริดสองด้านที่ปิดสถานะภายในวัน ผลบน LOW ดูดี แต่การยืนยัน edge ต้องตอบให้ได้ว่า “เลือก LOW แล้วดีกว่าเลือกวันอื่นจริงหรือไม่”

วัน LOW ที่เกิดขึ้น · ต.ค. 2019 – เม.ย. 2024
536 วัน

Sharpe 1.59 · t-stat 2.3
ผลตอบแทน +11.8%/ปี · DD −9.5% · วันบวก 59%
ที่ต้นทุน 0.5 bp ต่อรอบ (ฐานเดียวกับ breakout และการทดสอบวันสุ่ม) · ที่ $0.15/oz ต่อรอบ → Sharpe 1.22 · +9.0%/ปี · DD −10.1%

รูปแบบพารามิเตอร์ที่ทดสอบ
บวก 36/36 แบบ

เปลี่ยนระยะขั้น พื้นที่กริด และจุดหยุดขาดทุน ทุกแบบยังให้ผลบวกบนวัน LOW

พฤติกรรมการปิดสถานะต่อวัน
กำไร 4.4 · ขาดทุน 1.7

ประมาณ 7 รอบต่อวัน · ไม้ค้างเฉลี่ย 2.2 ชั้น สูงสุด 8 ชั้น · วันแย่ที่สุด −405 bp ต่อชั้น

Walk-forward · OOS 2021–24
Sharpe 1.16

t-stat 1.5 · มีเพียง 413 วัน
ปี 2024 ติดลบ จึงยังเป็นหลักฐานนอกตัวอย่างที่จำกัด

ดูวิธีทดสอบระบบ L: โครงสร้างกริดและกติกาปิดสถานะ
  1. วัน LOW เวลา 14:00 วางระดับห่างกันทุกครึ่งกรอบเช้า ครอบคลุมตั้งแต่ใต้ฐานสองกรอบถึงเหนือยอดสองกรอบ
  2. ต่ำกว่าราคาขณะนั้นเป็นฝั่งซื้อ และสูงกว่าเป็นฝั่งขาย
  3. แต่ละไม้ปิดกำไรเมื่อเคลื่อนไปหนึ่งขั้น แล้ววางคำสั่งใหม่ที่ระดับเดิม
  4. หยุดขาดทุนที่ระยะหนึ่งกรอบ และปิดการทำงานของระดับนั้นตลอดวันที่เหลือ
  5. ปิดทุกสถานะเวลา 23:59 โดยไม่ถือข้ามคืน

กติกาสำหรับการทดสอบย้อนหลังตามต้นฉบับ · เวลาไทย

ด่านแรก: LOW ต้องชนะวันสุ่ม
ด้วยวิธีที่ควบคุมความบังเอิญต่างกัน

หากกริดทำกำไรได้บนวันใดก็ได้ การเลือก LOW ก็ไม่มีความหมาย งานวิจัยจึงใช้ผลจำลองกริดบนทุกวันที่มี regime แล้วสุ่มเลือกวันจำนวนเท่ากับ LOW มาเปรียบเทียบ 5,000 ครั้งต่อวิธี

สุ่มวันเท่ากัน · iid

ถามว่า LOW ดีกว่าการหยิบวันใดก็ได้จำนวนเท่ากันหรือไม่

เลื่อนทั้งชุด · circular shift

เลื่อนแผนที่ regime ไปตามเวลา โดยยังเก็บรูปแบบที่ LOW มักเกิดติดกันเป็นช่วงยาว

สุ่มในปีเดียวกัน · within-year

ควบคุมผลของปี เพื่อทดสอบว่า LOW ไม่ได้เพียงตกอยู่ในปีที่กริดทำได้ดีพอดี

FIGURE 03 / LOW VS RANDOM DAYS

Sharpe จริงของ LOW สูงกว่าขอบเขตวันสุ่มทั้งสามแบบ

วงกลมโปร่ง = ผลสุ่มที่ p95 · จุดทึบ = Sharpe จริง 1.59 · แกนนอนเป็น Sharpe

00.511.5สุ่มวันเท่ากันผ่านเลื่อนแผนที่ทั้งชุดผ่านสุ่มภายในปีเดียวกันผ่าน
วัน LOW เทียบกับวันสุ่ม · 5,000 รอบต่อแบบ
วิธีสุ่มSharpe จริง (วัน LOW)สุ่มได้ถึง (p95)p-valueผล
สุ่มวันเท่ากัน (iid)1.591.160.008ผ่าน
เลื่อนแผนที่ทั้งชุด (circular shift)1.591.120.009ผ่าน
สุ่มเฉพาะในปีเดียวกัน (within-year)1.591.410.023ผ่าน
p95 คือค่าที่ผลสุ่ม 95% อยู่ต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านั้น · ผลของ LOW ผ่านทั้งสามวิธีตามเกณฑ์ในต้นฉบับ
ผลตรวจซ้ำ: กริดไม่มีหยุดขาดทุน และจำนวนรอบสุ่ม

กริดแบบไม่มีหยุดขาดทุนให้ Sharpe จริง 1.32 และ p-value เท่ากับ 0.018 / 0.006 / 0.012 ตามลำดับวิธีสุ่มข้างต้น จึงผ่านทั้งสามวิธีเช่นกัน

การทดสอบครั้งแรกใช้เพียง 20 รอบ และได้ผลว่า “ไม่ผ่าน” ต้นฉบับอธิบายว่าจำนวนรอบสุ่มน้อยเกินไป ก่อนเพิ่มการทดสอบเป็น 5,000 รอบต่อแบบและได้ผลตามตารางนี้

อีกมุมหนึ่ง: ผลค่อย ๆ เปลี่ยน
เมื่อ Asia share เปลี่ยนหรือไม่?

เมื่อนำทุกวันมาแบ่งเป็น 10 กลุ่มเท่า ๆ กัน ตาม Asia share กลุ่มทางฝั่งเงียบให้ผลบวกกับกริด ส่วนกลุ่มกลางมีผลบวกอ่อนลง และตั้งแต่ 0.69 ขึ้นไป ซึ่งต้นฉบับระบุเป็นโซน HIGH กริดขาดทุนทุกกลุ่ม

FIGURE 04 / THE REGIME GRADIENT

ฝั่ง Asia share สูง ผลของกริดกลับเป็นลบ

Sharpe ของกริดครบ 10 กลุ่ม · ทุกวันที่มี regime ในช่วง 2019–26

บน: Asia share ต่ำ / ฝั่งเงียบล่าง: Asia share สูง / ฝั่งดัง
ผลไม่ได้เรียงขึ้นหรือลงอย่างเรียบทุกกลุ่ม แต่ทิศทางโดยรวมสอดคล้องกับแนวคิด regime · ความสัมพันธ์อันดับ t = −2.3
เปิดค่าของทั้ง 10 กลุ่ม
ข้อมูลครบ 10 กลุ่ม
ช่วง Asia shareSharpe
0.00–0.08+1.38
0.08–0.23+2.87
0.23–0.32+0.88
0.33–0.44+0.98
0.44–0.58+0.74
0.58–0.69+0.75
0.69–0.79-1.47
0.79–0.88-1.56
0.88–0.95-0.92
0.95–1.00-0.51
หลักฐานไม่ได้อยู่แค่ในค่า Sharpe ที่สูงเมื่อเทียบภายในปีเดียวกัน LOW ให้ผลตอบแทนกริดสูงกว่าวันอื่นครบ 6/6 ปี หรือเฉลี่ย +17 bp/วัน ประกอบกับการผ่านวิธีสุ่มทั้งสามแบบและผลบวกทั้ง 36 แบบ จึงมีหลักฐานสนับสนุนว่า LOW มีลักษณะเฉพาะจริง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูล L ยังมีเพียง 536 วันใน 4.5 ปี และพารามิเตอร์ผ่านการสแกนมาแล้ว ผลดีที่สุดจึงอาจสูงกว่าที่จะเกิดขึ้นนอกตัวอย่าง ข้อจำกัดนี้ยังอยู่ แม้ผลตรวจซ้ำหลายด้านจะสนับสนุนแนวคิดเดียวกัน

06
THE SENSITIVE PART / COST

สำหรับ L ต้นทุนเพียงเล็กน้อย
อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ทั้งระบบ

กริดสะสมกำไรจากการเคลื่อนไหวสั้น ๆ หลายรอบ จึงมีต้นทุนเกิดขึ้นซ้ำบ่อย กำไรก่อนต้นทุนต่อรอบที่ไม่มากนัก ทำให้ส่วนต่างราคา ค่าคอมมิชชัน และ slippage เป็นตัวแปรสำคัญ

จำนวนรอบโดยประมาณต่อวัน7 รอบ
กำไรก่อนต้นทุนต่อรอบ1.9 bp
ต้นทุนคุ้มทุนโดยประมาณ$0.33/oz ต่อรอบ
FIGURE 05 / COST SENSITIVITY

ต้นทุนสูงขึ้น Sharpe ของกริดลดลงต่อเนื่อง

ผลตามกราฟต้นทุนในต้นฉบับ · ต้นทุนรวมต่อรอบ = spread + ค่าคอมมิชชัน + slippage

ต้นทุนสูงขึ้น Sharpe ของกริดลดลง$0.10: Sharpe +1.53; $0.15: Sharpe +1.22; $0.20: Sharpe +0.90; $0.25: Sharpe +0.59; $0.30: Sharpe +0.27; $0.40: Sharpe -0.36-0.500.511.52Sharpeคุ้มทุนโดยประมาณ $0.33+1.53$0.10+1.22$0.15+0.90$0.20+0.59$0.25+0.27$0.30-0.36$0.40ต้นทุนรวมต่อรอบ (ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ต้นทุน $0.15/oz ต่อรอบ → Sharpe +1.22 (ค่าจากกราฟต้นฉบับ)

แปลงต้นทุนตามราคาทองของแต่ละวันในช่วง 2019–24 ที่ระดับ $1,300–2,400 · เส้นเชื่อมใช้ช่วยอ่านจุดข้อมูล ส่วนเส้นประ $0.33 เป็นจุดคุ้มทุนโดยประมาณที่ต้นฉบับระบุ

ฐานต้นทุนสองแบบ: ผลหลักของ L (Sharpe 1.59 · +11.8%/ปี · DD −9.5%) และการทดสอบวันสุ่มใช้ต้นทุน 0.5 bp ต่อรอบ ซึ่งเป็นฐานเดียวกับ breakout ส่วนกราฟนี้และตารางพอร์ตคิดต้นทุนเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ตามราคาทองของแต่ละวัน — ที่ $0.15/oz L ให้ Sharpe 1.22 · +9.0%/ปี · DD −10.1% ทั้งสองค่าคือระบบเดียวกันภายใต้สมมติฐานต้นทุนต่างกัน

เปิดตัวเลขครบทุกระดับต้นทุน
ค่าที่ปรากฏในกราฟต้นทุนของต้นฉบับ
ต้นทุนต่อรอบ ($/oz)Sharpe
$0.10+1.53
$0.15+1.22
$0.20+0.90
$0.25+0.59
$0.30+0.27
$0.40-0.36
สมมติฐาน $0.15 ต้องอ่านพร้อมองค์ประกอบต้นทุนต้นฉบับใช้ $0.15/oz ต่อรอบ ซึ่งอ้างอิง spread ของบัญชี raw แต่ต้นทุนจริงยังมีค่าคอมมิชชันและ slippage หากรวมแล้วเกิน $0.30 ต้นฉบับประเมินว่าระบบ L ไม่คุ้ม การเพิ่ม lot ไม่แก้ข้อจำกัดนี้ เพราะต้นทุนทองคิดตามจำนวนออนซ์

ต้นฉบับอธิบายว่า เมื่อราคาทองสูงขึ้น ต้นทุนจำนวนดอลลาร์เท่าเดิมจะคิดเป็นสัดส่วนของราคาน้อยลงราวครึ่งหนึ่ง แต่ยังไม่มีวัน LOW ในยุคหลังให้ยืนยันว่า edge ของ L จะคงอยู่ในระดับเดิม

WHEN LOW DISAPPEARS

ระบบ L ต้องรอให้สภาวะของมันกลับมา

นับตั้งแต่ 30 เมษายน 2024 ตามที่ต้นฉบับระบุ ไม่มีวัน LOW ให้ L ทำงานอีก ในปี 2025–26 ผลรวมจึงมาจาก H ทั้งหมด งานวิจัยยังตอบไม่ได้ว่าพฤติกรรมของ LOW จะเหมือนเดิมหรือไม่ในยุคทองระดับ $4,000

07
PORTFOLIO COMPARISON

รวมระบบแล้วดีขึ้นอย่างไร
เมื่อเทียบกับเพิ่ม lot และถือทอง?

การเพิ่มระบบควรให้ประโยชน์ที่มากกว่าการขยายขนาดระบบเดิม จึงต้องวาง H + L ข้าง H เดี่ยว, H เพิ่ม lot และการถือทอง บนช่วงข้อมูลเดียวกัน

เปรียบเทียบพอร์ตบนช่วงข้อมูลเดียวกัน
พอร์ตSharpetกำไร/ปีDrawdownปีบวก¹
ระบบ H เดี่ยว1.052.8+11.8%-11.3%4/8
H + L1.243.3+17.8%-11.3%8/8
H เพิ่ม lot 1.51× (กำไรเท่า H + L)1.052.8+17.8%-17.0%4/8
ถือทอง buy & hold0.922.4+16.4%-26.6%—

ข้อมูล 15 นาที ก.ย. 2019 – ก.ค. 2026 · ขนาด 1 เท่าของทุนเป็นฐาน ไม่ทบต้น · กริดใช้ต้นทุน $0.15/oz ต่อรอบ · ต้นฉบับระบุราคาทองช่วงนี้เพิ่มจาก $1,490 เป็น $4,126

¹นับจาก 8 ปีในตาราง (2019 และ 2026 มีข้อมูลบางส่วน) · H ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ = 0.0% ไม่นับเป็นปีบวก · H เพิ่ม lot 1.51× = ขนาดที่ทำให้กำไรทั้งช่วงเท่ากับ H + L พอดี (17.8 / 11.8) จึงเป็นการถามว่า “ต้องจ่าย Drawdown เท่าไรเพื่อได้กำไรเท่ากัน”: −17.0% เทียบกับ −11.3% ของ H + L

FIGURE 06 / CUMULATIVE RETURNS

เส้นสะสมแสดงทั้งช่วงที่ L ช่วยเติม
และช่วงที่ H กลับมาเป็นตัวหลัก

ผลตอบแทนสะสม (%) ถึง ก.ค. 2026 · ไม่ทบต้น

H เดี่ยวH + LH ×1.51 · เส้นประถือทอง
+0% +20% +40% +60% +80% +100% +120% +140% 2019 2020 2021 2022 2023 2024 2025 2026
H เดี่ยว+81%
H + L+122%
H เพิ่ม lot 1.51×+122%
ถือทอง Buy & Hold+112%
H เพิ่ม lot 1.51× ถูกตั้งให้จบที่ +122% เท่า H + L พอดี เพื่อให้เห็นว่าระหว่างทางต้องผ่านหลุมลึกแค่ไหน (Drawdown −17.0% เทียบ −11.3%) · ใช้ควบคู่กับตารางผลรายปี ไม่ได้ดูเพียงผลปลายช่วง
VERSUS MORE LOTS

ต่างกันที่ช่วงเวลาทำกำไร

เพิ่ม lot ของ H เป็น 1.51× ได้ผลตอบแทน +17.8%/ปี เท่ากับ H + L พอดี แต่ต้องรับ Drawdown −17.0% แทน −11.3% และยังขาดทุนในปีที่ H ขาดทุน (2019, 2021, 2023) ส่วน H + L เป็นบวกทุกปีในตาราง

VERSUS BUY & HOLD

ผลตอบแทนใกล้เคียง
แต่ Drawdown ต่ำกว่า

H + L ให้ +17.8%/ปี เทียบกับถือทอง +16.4%/ปี โดย DD อยู่ที่ −11.3% เทียบกับ −26.6% หรือน้อยกว่าครึ่งในช่วงข้อมูลนี้

ประโยชน์หลักคือการกระจายผลตอบแทนตามเวลาL มีบทบาทในปีที่ H อ่อนแรง จึงเพิ่มแหล่งผลตอบแทนที่การเพิ่ม lot ให้ไม่ได้ หากตลาดกลับไปอยู่ในสภาวะเงียบยาวนานแบบ 2019–23 อีกครั้ง L อาจกลับมามีบทบาท ขณะที่ปี 2022 เป็นตัวอย่างที่ไม่มีวัน HIGH ให้ H ทำงานเลย

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนที่ดีขึ้นยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต้องตรวจด้วยว่า “แผนที่ที่กำหนดวันให้ H และ L” มีความหมายจริง หรือเพียงบังเอิญจัดสรรวันได้ลงตัวกับข้อมูลชุดนี้

08
THE FINAL AUDIT

ถ้าสลับแผนที่ของสองระบบ
ความได้เปรียบยังอยู่หรือหายไป?

ด่านนี้ไม่ได้ถามแค่ว่าแต่ละระบบทำกำไรหรือไม่ แต่ถามว่าการเลือกให้ H ทำงานวัน HIGH และ L ทำงานวัน LOW มีคุณค่าจริงเพียงใด

งานวิจัยจำลองทั้งสองระบบบนทุกวัน แล้วสุ่มเปลี่ยนแผนที่ regime 5,000 ครั้งต่อวิธี โดยตั้งเกณฑ์เข้มขึ้น: ผลจริงต้องชนะผลสุ่ม 97.5%

2 / 3ผ่านที่เกณฑ์ 97.5%

ผ่านการสุ่มวันเท่ากันและการเลื่อนแผนที่ทั้งชุด แต่ การสุ่มภายในปีเดียวกันยังไม่ผ่านเกณฑ์เข้มสุด แม้จะผ่านที่ระดับ 95%

FIGURE 07 / THE WHOLE MAP TEST

ด่านสุ่มภายในปีเดียวกัน คือจุดที่ยังต้องติดตาม

วงกลมโปร่ง = ผลสุ่มที่ p97.5 · จุดทึบ = Sharpe จริง 1.18 · แกนนอนเป็น Sharpe

00.511.5สุ่มวันเท่ากันผ่านเลื่อนแผนที่ทั้งชุดผ่านสุ่มภายในปีเดียวกันไม่ผ่าน
ทดสอบแผนที่ H + L · เกณฑ์ 97.5%
วิธีสุ่มแผนที่H + L จริงสุ่มได้ถึง (p97.5)p-valueผล
สุ่มวันเท่ากัน (iid)1.181.100.015ผ่าน
เลื่อนแผนที่ทั้งชุด (circular shift)1.181.140.020ผ่าน
สุ่มเฉพาะในปีเดียวกัน (within-year)1.181.240.041ไม่ผ่าน
Within-year มี p = 0.041 จึงผ่านที่ 95% แต่ไม่ถึง 97.5% · ข้อมูลพอร์ตรวมมีประมาณ 7 ปี

Sharpe ในด่านนี้เป็น 1.18 เพราะผูกกำไรต่อไม้กับวันที่เกิดสัญญาณ ต่างจากวิธีคำนวณในตารางพอร์ตที่ได้ 1.24 ต้นฉบับอธิบายความต่างนี้ไว้ จึงควรอ่านแยกตามฐานคำนวณ

เมื่อกลับด้าน HIGH กับ LOW ผลเปลี่ยนทิศทันที

แผนที่ตามงานวิจัย

HIGHH · breakout
LOWL · กริด
Sharpe 1.18

ค่าจากด่านทดสอบแผนที่
ตารางพอร์ตรายงาน 1.24 ด้วยอีกฐานคำนวณ

แผนที่กลับด้าน

HIGHL · กริด
LOWH · breakout
Sharpe −0.62

ผลตอบแทน −9.2%/ปี
Drawdown −68%

ผลของแผนที่กลับด้านสนับสนุนว่า ทิศทางของการจับคู่ระบบกับ regime มีความหมาย แต่ยังต้องอ่านร่วมกับการสุ่มภายในปีเดียวกัน ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ 97.5%

เพิ่ม L แล้ว Sharpe ดีขึ้นเพียงใด?
Δ Sharpe +0.21

ช่วงความเชื่อมั่น [+0.01, +0.53]
ผลดีขึ้นด้วยความน่าจะเป็น 96% ตามการสุ่มปีซ้ำ 2,000 ครั้ง ของต้นฉบับ

+0.01+0.21+0.53
ความหนักแน่นของผลพอร์ตรวม
t-stat 3.3

n = 1,769 · ผ่านเกณฑ์ t > 3 ของงานวิจัย
H เดี่ยวในช่วง 7 ปีนี้มี t = 2.8 จึงต้องอาศัยหลักฐาน H ระยะ 22 ปีประกอบ

ยังต้องเผื่อผลของการเลือกดูข้อมูลก่อนสรุปต้นฉบับหักผลของการเลือกพารามิเตอร์และการสำรวจข้อมูล หรือ snooping ไว้ 30–40% จึงใช้ Sharpe ประมาณ 0.7–0.8 เป็นกรอบคาดหวังแบบเผื่อส่วนลด ตัวเลขนี้เป็นการประเมินตามกฎของผู้วิจัย ไม่ใช่ผลนอกตัวอย่างที่วัดได้แล้ว
09
EVIDENCE & OPEN QUESTIONS

หลักฐานสนับสนุนอะไรแล้ว
และคำถามไหนยังเปิดอยู่?

ภาพรวมสนับสนุนแนวคิด “ต่างสภาวะ ต่างระบบ” โดย H มีหลักฐานระยะยาวหนักแน่นกว่า ส่วน L มีหลักฐานว่า LOW เป็นกลุ่มวันที่มีลักษณะเฉพาะ แต่ยังจำกัดด้วยต้นทุนและช่วงข้อมูล

หลักฐานสนับสนุน

H มี edge · LOW มีลักษณะเฉพาะ
แผนที่มีทิศทาง

  • H: ข้อมูล 22 ปี, t 5.7 และ walk-forward Sharpe 1.07
  • L: ชนะวันสุ่มทั้งสามแบบ ให้ผลดีกว่าวันอื่นภายในปีเดียวกัน 6/6 ปี และบวกทั้ง 36 แบบ
  • พอร์ตรวม: เพิ่ม Sharpe ด้วยความน่าจะเป็น 96% ตามการทดสอบ และเติมปีอ่อนแรงของ H ได้
ยังต้องมีหลักฐานเพิ่ม

ต้นทุนจริง · LOW ในยุคใหม่
และการสุ่มแบบเข้มสุด

  • ต้นทุน L ต้องรวมค่าคอมมิชชันและ slippage จึงจะประเมินผลสุทธิได้ครบ
  • ยังไม่มีวัน LOW หลัง เม.ย. 2024 มายืนยันผลในยุคทองระดับ $4,000
  • พอร์ตรวมผ่าน 2 ใน 3 วิธีที่ 97.5% ส่วน within-year ผ่านเพียงระดับ 95%

ข้อจำกัดที่ต้องอ่านควบคู่กับตัวเลข

01

ข้อมูล L ยังสั้น และผ่านการสแกนพารามิเตอร์

มี 536 วันใน 4.5 ปี แม้ทั้ง 36 แบบจะเป็นบวก แต่ค่าที่ดีที่สุดอาจสูงกว่าผลจริงนอกตัวอย่าง ส่วน walk-forward มี 413 วัน และปี 2024 ติดลบ

02

ต้นทุนอาจทำให้ edge ของกริดหายไป

สมมติฐาน $0.15 ต่อออนซ์ต่อรอบอ้างอิงเพียง spread บัญชี raw บัญชีมาตรฐานอาจมีต้นทุนสูงกว่านั้น และเมื่อรวมค่าคอมมิชชันกับ slippage แล้ว ผลสุทธิอาจต่างจากแบบจำลองมาก

03

ผล 7 ปีล่าสุดใช้แทนหลักฐานของ HIGH ทั้งหมดไม่ได้

ปี 2019–23 breakout อ่อนแรงแทบทุก regime ส่วน 2024–26 ทำได้ดีแทบทุก regime น้ำหนักหลักฐานของตัวกรอง HIGH จึงอยู่ที่ข้อมูล 22 ปี

04

สัดส่วน regime เปลี่ยนไปเป็นยุค

ปี 2019–23 หนักไปทาง LOW/MID ขณะที่ 2024–26 หนักไปทาง HIGH ปี 2022 ไม่มีวัน HIGH และปี 2025–26 ไม่มีวัน LOW ผลรวมช่วงหลังจึงมาจาก H ทั้งหมด

05

การจำลองแท่ง 15 นาทีต่างจากการทำงานทุก tick

แบบจำลองเข้าที่ระดับราคาพอดี และไม่ปิดกำไรในแท่งที่เพิ่งเปิดสถานะ แต่การทำงานจริงเข้าที่ราคาตลาดและปิดได้ทุก tick ความต่างนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน

06

MID ยังไม่มีระบบที่เพิ่มคุณค่าได้ชัด

กริดบน MID ไม่ต่างจากวันสุ่ม ส่วน breakout ให้ผลใกล้เคียงการเพิ่ม lot ของ H งานวิจัยจึงเว้น MID แทนการบังคับให้ทุกวันต้องมีระบบทำงาน

07

สัญญาณผูกกับโครงสร้างตลาดที่เอเชียมีน้ำหนัก

Asia share มีความหมายก็ต่อเมื่อช่วงเช้าเอเชียเป็นส่วนที่มีน้ำหนักของวันเทรดทอง ซึ่งเป็นโครงสร้างของยุคหลังปี 2000: Shanghai Gold Exchange เปิดในปี 2002 และกลายเป็นตลาดทองคำจริงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งกระดานสำหรับต่างชาติในปี 2014 และราคาอ้างอิง Shanghai Benchmark ในปี 2016 ขณะที่ธนาคารกลางกลายเป็นผู้ซื้อสุทธิรายใหญ่ตั้งแต่ราวปี 2010 และซื้อเกิน 1,000 ตันต่อปีในปี 2022–2024 นำโดยธนาคารกลางในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ข้อมูลรายชั่วโมงก่อนปี 2004 จึงไม่ได้มีเพียงข้อจำกัดเรื่องการหาข้อมูล แต่เป็นตลาดที่โครงสร้างต่างจากปัจจุบัน งานวิจัยชั้นนำยังพบว่าการกำหนดราคาทองมาจากนิวยอร์กและลอนดอนเป็นหลัก แต่บทบาทของเซสชันเอเชียในการกำหนดราคาเพิ่มขึ้นหลังเปิดกระดานต่างชาติของเซี่ยงไฮ้ — สัญญาณของเราไม่ต้องการให้เอเชีย "นำ" ราคา แค่ต้องการให้ช่วงเช้าเอเชียสะท้อนสภาวะของวันได้ เรามองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีรากจากภูมิรัฐศาสตร์และการจัดสรรทุนสำรองระยะยาวซึ่งไม่กลับทิศเร็ว และตัวเลข Asia share เองจะเป็นตัวบอกถ้าโครงสร้างเปลี่ยน: หากช่วงเอเชียหมดความหมาย สัดส่วนจะเสื่อมลงให้เห็นก่อนที่ระบบจะเสียหาย

ที่มา: LBMA Alchemist, The Shanghai Gold Exchange and its future development (เปิด 30 ต.ค. 2002) · Xu, Nordén และคณะ, Market openness and market quality in gold markets, Journal of Futures Markets 2019 (สัดส่วนการกำหนดราคาของ SGE เพิ่มขึ้นหลังเปิดกระดานต่างชาติ) · Hauptfleisch, Putniņš และ Lucey, Who sets the price of gold? London or New York, Journal of Futures Markets 2016 · World Gold Council, Gold Demand Trends และข้อมูลธนาคารกลาง (ซื้อสุทธิเฉลี่ย 473 ตัน/ปี ในปี 2010–2021 · เกิน 1,000 ตันในปี 2022–2024 · 863 ตันในปี 2025)

การรวมระบบจะมีความหมาย
เมื่อแต่ละระบบเติมสิ่งที่อีกระบบขาด
และผลนั้นยังยืนอยู่ได้เมื่อทดสอบความบังเอิญ

สำหรับ H + L ผลทดสอบสนับสนุนการกระจายผลตอบแทนตามสภาวะตลาด และแสดงทิศทางของการจับคู่ที่ชัดเจน แต่ข้อสรุปยังต้องอยู่ภายใต้ต้นทุนของ L ข้อมูลที่มีจำกัด และด่านสุ่มภายในปีเดียวกันที่ยังไม่ถึงเกณฑ์เข้มสุด

10
REFERENCE DESK

คำศัพท์ ฐานข้อมูล
และหมายเหตุประกอบตัวเลข

คำศัพท์ที่ใช้ในบทความ — อ่านตัวเลขแต่ละตัวอย่างไร
Edge · ความได้เปรียบเชิงสถิติ
รูปแบบผลลัพธ์ที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าไม่ได้เกิดจากความบังเอิญเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะกำไรทุกวันหรือทุกปี
Regime · สภาวะตลาด
กลุ่มสภาพตลาดที่กำหนดจากข้อมูล ในงานนี้คือ HIGH, MID และ LOW ตามอันดับของค่าเฉลี่ย Asia share
Sharpe
ตัวชี้วัดผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความผันผวนของผลตอบแทน ควรเทียบด้วยวิธีคำนวณและช่วงข้อมูลเดียวกัน
Drawdown · DD
การลดลงจากจุดสูงสุดของมูลค่าพอร์ต ตัวเลขสูงสุดช่วยบอกช่วงขาดทุนจากยอดเดิมที่รุนแรงที่สุดในแบบทดสอบ
t-stat และ p-value
ใช้ประเมินน้ำหนักหลักฐานเชิงสถิติ โดย p-value อ่านภายใต้สมมติฐานและวิธีสุ่มนั้น ๆ ไม่ใช่โอกาสที่ระบบจะกำไรในอนาคต
p95 / p97.5
ค่าที่ผลสุ่ม 95% / 97.5% อยู่ต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านั้น ใช้เป็นเส้นเกณฑ์เปรียบเทียบผลจริง
Walk-forward / OOS
เลือกพารามิเตอร์ด้วยข้อมูลอดีต แล้วทดสอบในช่วงถัดไปที่ไม่ได้ใช้เลือกพารามิเตอร์ เรียกช่วงหลังว่านอกตัวอย่าง
Permutation / Bootstrap
Permutation เปลี่ยนการจัดสรรวันหรือแผนที่เพื่อทดสอบความบังเอิญ ส่วนการสุ่มปีซ้ำใช้ประเมินความไม่แน่นอนของส่วนเพิ่ม Sharpe
bp · Basis point
หนึ่งในหมื่นของราคา เป็นหน่วยที่ใช้กับผลตอบแทนต่อไม้ ต้นทุน และผลต่างรายวันในบางส่วนของงานวิจัย
PF / Slippage / Snooping
PF คืออัตราส่วนกำไรรวมต่อขาดทุนรวม · Slippage คือความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาคาดหมายกับราคาที่ได้ · Snooping คือผลจากการสำรวจหรือเลือกสิ่งที่ดูดีในข้อมูลชุดเดิม
ข้อมูลและวิธีคำนวณตามต้นฉบับ
รายการฐานข้อมูล / สมมติฐาน
สินทรัพย์และเวลาXAUUSD · เวลาไทย
ข้อมูลรายชั่วโมงมิ.ย. 2004 – ก.ย. 2026
ข้อมูลราย 15 นาทีส.ค. 2018 – ก.ค. 2026
ช่วงเปรียบเทียบพอร์ตก.ย. 2019 – ก.ค. 2026
วัน LOW ที่ L ทำงานต.ค. 2019 – เม.ย. 2024 · 536 วัน
ต้นทุน breakoutspread 0.5 bp + swap 1 bp/คืน
ต้นทุนกริดในตารางหลัก$0.15/oz ต่อรอบ
ฐานผลตอบแทนขนาด 1 เท่าของทุน · ไม่ทบต้น
Sharpeจากผลตอบแทนรายวัน ×√252
Permutation5,000 รอบต่อแบบ
Walk-forwardAnchored · เลือกด้วย Sharpe ในตัวอย่าง

ต้นฉบับระบุว่าตัวเลขมาจากสคริปต์ในคลังวิจัยของ JP Trust Learning ฉบับนี้เรียบเรียงและออกแบบใหม่จากบทความต้นฉบับ ตัวเลขทุกตัวตรวจทานกับผลจากสคริปต์ในคลังวิจัยแล้ว (13 ก.ย. 2026)

หมายเหตุที่ช่วยป้องกันการอ่านตัวเลขคลาดเคลื่อน
  1. H เพิ่ม lot 1.51× คือคู่เทียบแบบ “กำไรเท่ากัน”: ขนาด 1.51 เท่าทำให้กำไรทั้งช่วงของ H เท่ากับ H + L พอดี (+17.8%/ปี · สะสม +122%) จึงเทียบได้ตรงว่าเพื่อกำไรเท่ากันต้องรับ Drawdown −17.0% แทน −11.3% (ฉบับก่อนหน้าใช้ 1.19× ซึ่งตั้งจาก Drawdown ของพอร์ตอีกชุดหนึ่ง จึงแก้ให้ตรงประเด็น)
  2. ปี 2025–26 เท่ากันเฉพาะ H กับ H + L: เพราะไม่มีวัน LOW ให้ L ทำงาน ส่วน H ×1.51 ให้ +21.6 และ +70.4 ตามลำดับ
  3. ปีบวกนับจาก 8 ปีเดียวกัน: H 4/8 · H + L 8/8 · ปี 2022 ของ H ไม่มีวัน HIGH จึงไม่มีไม้ (0.0%) และไม่นับเป็นปีบวก
  4. Sharpe ของ L สองค่า = สองสมมติฐานต้นทุน: 1.59 ที่ 0.5 bp ต่อรอบ (ฐานทดสอบวันสุ่ม) · 1.22 ที่ $0.15/oz ต่อรอบ (ฐานตารางพอร์ตและกราฟต้นทุน)
  5. Sharpe 1.24 กับ 1.18 ของ H + L มีคำอธิบายในต้นฉบับ: ค่าแรกอยู่ในตารางพอร์ต ส่วนค่าหลังใช้กำไรต่อไม้ผูกกับวันเกิดสัญญาณในด่านทดสอบแผนที่
  6. ค่าที่ปัดเศษแล้วไม่ถูกนำไปคำนวณใหม่: ผลตอบแทนรายปี ค่าผลรวม และผลของ H ×1.51 ทั้งหมดคำนวณจากผลรายวันในสคริปต์ก่อนปัดเศษ การบวกลบจากตัวเลขที่แสดงบนหน้านี้จึงอาจต่างเล็กน้อย