คำถามที่นักลงทุนเชิงระบบทุกคนควรถามกลยุทธ์ของตัวเอง — และเป็นคำถามที่ตอบด้วยความรู้สึกไม่ได้ ต้องตอบด้วยตัวเลข เราจึงจับสัญญาณโมเมนตัม 6 เดือนของเราขึ้นเขียง วัดด้วยวิธีเดียวกับที่โต๊ะ quant ระดับสถาบันใช้ แล้วเปิดผลทั้งหมดในบทความนี้ รวมถึงทศวรรษที่สัญญาณ "หลับ" ไปเฉยๆ
ทุกกลยุทธ์ลงทุนเชิงระบบสร้างอยู่บนสมมติฐานเดียวกัน: รูปแบบที่เคยเกิดในอดีต จะยังเกิดต่อในอนาคต แต่ตลาดเป็นสิ่งมีชีวิต — เมื่อคนรู้จักสูตรมากขึ้น เงินไหลเข้าไปใช้สูตรเดียวกันมากขึ้น ความได้เปรียบก็ถูกเฉือนบางลงเรื่อยๆ ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกในวงการว่า factor decay (การเสื่อมของปัจจัยทำกำไร)
เรื่องนี้ไม่ใช่ทฤษฎีเลื่อนลอย — งานวิจัยของ McLean & Pontiff (2016) ตรวจสอบสัญญาณทำกำไร 97 แบบที่เคยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ แล้วพบว่าโดยเฉลี่ย ผลตอบแทนส่วนเกินหดหายไปกว่าครึ่งหลังงานวิจัยถูกเผยแพร่ เหตุผลตรงไปตรงมา: พอสูตรกลายเป็นความรู้สาธารณะ ทุกคนก็แห่ใช้จนราคาสะท้อนไปหมดก่อนใครจะได้กำไร
สัญญาณโมเมนตัม (ซื้อหุ้นที่แข็งแรงสุดในช่วงที่ผ่านมา) เป็นหนึ่งใน factor ที่เก่าแก่ที่สุด — Jegadeesh & Titman ตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี 1993 ผ่านมากว่าสามทศวรรษ คำถามจึงหนีไม่พ้น: สัญญาณตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ไหม หรือเรากำลังขับรถด้วยแผนที่เก่า?
เพราะคำตอบตรงข้ามกันสองแบบ นำไปสู่การกระทำตรงข้ามกันสองอย่าง — ถ้าสัญญาณเสื่อมจริง การถือกลยุทธ์ต่อคือการเผาเงินช้าๆ แต่ถ้าสัญญาณยังดีแล้วเราเลิกใช้เพราะเจอช่วงขาดทุนชั่วคราว นั่นคือการทิ้งของดีตอนราคาถูกที่สุด การ "รู้สึกเอา" แยกสองกรณีนี้ไม่ออก — มีแต่การวัดเท่านั้นที่แยกได้
หัวใจของการวัดครั้งนี้คือค่าที่โต๊ะ quant เรียกว่า Information Coefficient (IC) ฟังดูขลัง แต่แนวคิดง่ายมาก: ทุกครั้งที่ระบบจัดอันดับหุ้น ให้ถือว่านั่นคือ "คำทำนาย" — แล้วอีก 6 เดือนถัดมา ค่อยกลับมาตรวจข้อสอบว่าอันดับที่จัดไว้ ตรงกับผลตอบแทนจริงแค่ไหน
IC แต่ละรอบคำนวณจากหุ้นทุกตัวที่มีข้อมูลครบ ณ วันนั้น (หลายร้อยตัวต่อรอบ) ไม่ใช่แค่ 10 ตัวบนสุดที่กลยุทธ์เลือกจริง — เพื่อวัดคุณภาพของ "การจัดอันดับทั้งแถว" ไม่ใช่แค่โชคของหัวแถว
อันดับทุกรอบคำนวณจากข้อมูลถึงวันก่อน rebalance เท่านั้น แล้วจึงวัดกับผลตอบแทน 6 เดือนถัดจากนั้น — ลำดับเวลาเหมือนการลงทุนจริงทุกประการ
รอบท้ายๆ ที่ยังไม่มีผลตอบแทน forward ครบ 6 เดือน จะไม่ถูกนับ — ไม่มีการเดาผลที่ยังมาไม่ถึง
เมื่อจับหลาย factor มาแข่งกัน ทุกตัววัดบนวัน rebalance ชุดเดียวกันและหน้าต่าง forward เดียวกันเป๊ะ — ไม่มีใครได้เปรียบจากช่วงเวลาที่ต่างกัน
ตัวเลขหลักสามค่าตอบคำถามใหญ่ได้ในย่อหน้าเดียว: Mean IC ตลอด 30 ปีอยู่ที่ +0.033 — กลางช่วง "มีของจริง" ตามเกณฑ์วิชาการพอดี · เส้นแนวโน้ม IC ต่อทศวรรษอยู่ที่ −0.004 — แบนจนแทบเป็นเส้นตรง ไม่มีหลักฐานการเสื่อมเชิงสถิติ · และที่เหนือความคาดหมาย: IC เฉลี่ย 5 ปีล่าสุดพุ่งขึ้นถึง +0.099 — สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดกาลสามเท่า
Hit Rate อยู่ที่ 60% — แปลว่าใน 10 รอบ rebalance อันดับที่จัดไว้ "ทำนายถูกทาง" ราว 6 รอบ อีก 4 รอบไม่ช่วยหรือชี้ผิด ตัวเลขนี้สำคัญต่อการตั้งความคาดหวัง: โมเมนตัมไม่ใช่สัญญาณที่ถูกทุกเดือน มันคือสัญญาณที่ถูกบ่อยกว่าผิด และเวลาถูก มักถูกก้อนใหญ่
| ช่วงเวลา | CAGR กลยุทธ์ | CAGR SPY | Alpha | Sharpe | MaxDD | คุณภาพสัญญาณ (IC) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2539–2548 ⚠️ | +43.6% | +8.7% | +34.9% | 1.21 | −40.9% | +0.058 (70 รอบ) |
| 2549–2558 | +18.4% | +7.1% | +11.4% | 0.80 | −54.0% | ≈ 0 (74 รอบ) |
| 2559–2569 | +48.9% | +15.6% | +33.3% | 1.47 | −22.9% | บวกชัดเจน (92 รอบ) |
← เลื่อนตารางในแนวนอนได้ →
แถวที่ควรใช้เป็นหลักในการตัดสินคือทศวรรษล่าสุด (2559–2569) — เพราะเป็นช่วงที่ข้อมูลสะอาดที่สุด: Alpha +33.3% ต่อปี, Sharpe 1.47, ขาดทุนลึกสุดเพียง −22.9% และคุณภาพสัญญาณเป็นบวกต่อเนื่องจาก 92 รอบวัด แต่แถวที่สอนบทเรียนแพงที่สุดกลับเป็นแถวกลาง — ทศวรรษที่สัญญาณดับไปทั้งสิบปี
ช่วง 2549–2558 (2006–2015) ค่า IC เฉลี่ยของสัญญาณอยู่ที่แทบศูนย์พอดี — สิบปีเต็มที่การจัดอันดับหุ้นแทบไม่ได้ทำนายอะไรเลย ครอบทั้งวิกฤต 2008 และปรากฏการณ์ "momentum crash" ปี 2009 ที่หุ้นซึ่งเคยร่วงแรงสุดกลับเด้งแรงสุด สวนทางกับสัญญาณทุกประการ วงการ quant เรียกช่วงนี้ว่า lost decade ของโมเมนตัม
แต่ตัวเลขที่อยู่ข้างกันในตารางกลับบอกว่า กลยุทธ์ยังสร้าง Alpha ได้ +11.4% ต่อปีตลอดทศวรรษเดียวกัน — สัญญาณดับ แต่ผลตอบแทนส่วนเกินไม่ดับ สองตัวเลขนี้ดูขัดแย้งกัน จนกว่าจะเข้าใจว่ามันวัดคนละสิ่ง
IC เฉลี่ยความแม่นของอันดับหุ้นทั้งแถวหลายร้อยตัว — แต่พอร์ตจริงกินจากแค่ 10 ตัวบนสุด ต่อให้อันดับ 50–450 มั่วหมดจนลาก IC ลงศูนย์ ถ้าหัวแถวยังพอเลือกหุ้นที่ไม่เน่าได้ พอร์ตก็ยังเดินต่อ
และผลตอบแทนโมเมนตัมมีธรรมชาติเบ้ขวา — ตัวที่ถูกวิ่งได้ไม่มีเพดาน ตัวที่ผิดเจ็บจำกัด รอบเดียวที่จับถูกตัวใหญ่ ชดเชยรอบมั่วได้หลายรอบ
เงินแบ่ง 6 ก้อนสลับเดือนกัน — เดือนที่สัญญาณพลาดหนัก ทำร้ายได้แค่ก้อนเดียว อีกห้าก้อนเข้าตลาดคนละจังหวะ เจอคนละสภาพ
ถือครบกำหนดเสมอ — ปี 2008 พอร์ตร่วงตามตลาด แต่ระบบไม่ panic sell ครบกำหนดก็ขาย เปิดรอบใหม่ทันที ก้อนที่เปิดตรงก้นเหว 2009 กลายเป็นตัวทำกำไรก้อนโตตอนตลาดฟื้น — จังหวะที่นักลงทุนมือเปล่าส่วนใหญ่หนีออกไปแล้วไม่กล้ากลับ
ทุกรอบเดิมพันเท่ากัน — ไม่มีการทุ่มเงินเพิ่มตอน "มั่นใจ" ความเสียหายจากการตัดสินใจผิดหนึ่งครั้ง ถูกล็อกไว้ที่ 1/6 ของพอร์ตเสมอ
นี่คือความจริงที่เราคิดว่านักลงทุนควรได้ยินตรงๆ ก่อนใช้กลยุทธ์เชิงระบบใดๆ: จะมีช่วงหลายปีที่สัญญาณเงียบ — และสิ่งที่พาพอร์ตข้ามช่วงนั้นไม่ใช่ความแม่นของสูตร แต่คือโครงสร้างที่ออกแบบให้รอดจนถึงวันที่สัญญาณกลับมา ทศวรรษล่าสุดที่ IC ฟื้นเป็นบวกชัดเจน คือผลตอบแทนของเรือที่ยังลอยอยู่ตอนลมกลับมา
รู้ว่าสัญญาณยังดีแล้ว คำถามถัดมาคือ มีสูตรที่ดีกว่านี้ไหม งานวิชาการสามทศวรรษเสนอวิธี "ปรุง" โมเมนตัมไว้หลายตำรับ เราเลือก 4 ตำรับที่อ้างอิงบ่อยที่สุดมาแข่งกับสูตรที่ใช้อยู่ บนเงื่อนไขเหมือนกันทุกจุด:
| Factor | Mean IC ทั้งหมด | 2539–2548 ⚠️ | 2549–2558 | 2559–2569 | 5 ปีล่าสุด | Hit Rate |
|---|---|---|---|---|---|---|
| LB6 (ที่ใช้อยู่) | +0.048 | +0.070 | +0.019 | +0.055 | +0.099 | 66% |
| 6-1 Skip | +0.046 | +0.070 | +0.018 | +0.050 | +0.097 | 67% |
| 52W High | +0.009 | +0.028 | +0.004 | −0.001 | +0.052 | 53% |
| FIP | +0.034 | +0.048 | +0.006 | +0.046 | +0.101 | 61% |
| Vol-Adj | +0.041 | +0.067 | +0.009 | +0.046 | +0.103 | 64% |
← เลื่อนตารางในแนวนอนได้ →
การปรุงเพิ่มทุกตำรับ — ข้ามเดือน, ถ่วงความเนียน, หารด้วยความผันผวน — จ่ายต้นทุนความซับซ้อนเพิ่ม แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นศูนย์หรือติดลบ บน universe และช่วงเวลาที่เราวัด สูตรที่เรียบง่ายที่สุดคือสูตรที่แข็งแรงที่สุด — และตอนนี้ความเรียบง่ายนั้นไม่ใช่ความเรียบง่ายเพราะไม่เคยลองอย่างอื่น แต่คือความเรียบง่ายที่ผ่านการพิสูจน์กับผู้ท้าชิง 4 ราย 236 รอบ 30 ปี
ข้อมูลช่วงแรกของชุดทดสอบครอบคลุมหุ้นได้ราวครึ่งเดียวของ universe จริง (หุ้นที่ล้มหายไปจำนวนมากไม่มีข้อมูลเหลือ) เราประเมินว่าตัวเลขผลตอบแทนช่วงนั้นสูงเกินจริงราว 2–4% ต่อปี — ดังนั้น Alpha +34.9% ของทศวรรษแรกห้ามนำไปอ้างอิงเป็นตัวเลขคาดหวัง และการที่กราฟช่วงต้น "ดูดีผิดปกติ" ยังทำให้แนวโน้มระยะยาวดูเหมือน decay แรงกว่าความเป็นจริงด้วย ช่วงที่ข้อมูลเชื่อถือได้คือปี 2549 เป็นต้นไป
วันที่สูตรแม่น — โครงสร้างช่วยให้ได้กำไรเต็มเม็ด
วันที่สูตรพลาด — โครงสร้างช่วยให้เจ็บแค่หนึ่งในหก
30 ปีพิสูจน์แล้วว่า ข้อหลังสำคัญกว่า
การลงทุนมีความเสี่ยง · เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ผลในอดีตไม่ได้การันตีผลในอนาคต
ค่า IC คำนวณด้วย Spearman rank correlation ระหว่างอันดับสัญญาณ ณ วันก่อน rebalance กับผลตอบแทนจริง 6 เดือนถัดไปของหุ้นทุกตัวใน universe ที่มีข้อมูลครบ · ข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายรายวันของหุ้นในดัชนี S&P 500 ระหว่าง ก.ค. 1996 ถึง ก.ค. 2026 รวมหุ้นที่ถูกถอดออกจากตลาดเท่าที่มีข้อมูล · โปรดอ่านหมายเหตุข้อจำกัดของชุดข้อมูลในหัวข้อ 06 ประกอบ
เรียบเรียงโดย JP Trust Learning